ขณะที่หลินเหย่าเหย่ากำลังสาปแช่งเสิ่นป้านเซี่ยในใจด้วยถ้อยคำร้ายกาจสารพัด เหล่าปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบทโดยรอบก็เริ่มซุบซิบกันขึ้นมาอีกครั้ง
“เป็นศิษย์ของหมอชื่อดังเหรอ?! ที่แท้ปัญญาชนแซ่เสิ่นก็เรียนแพทย์มาตั้งแต่เด็ก แถมยังเป็นศิษย์ของหมอชื่อดังอีกด้วย มิน่าล่ะ ฝีมือการรักษาถึงได้เก่งขนาดนั้น”
“ฉันก็ว่าแล้วว่าปัญญาชนแซ่เสิ่นต้องมีฝีมือแพทย์ไม่ธรรมดา ถึงช่วยลู่หนิงอานกับหวังเจี้ยนกั๋วไว้ได้ ฉันเดาถูกจริง ๆ ด้วย”
“มิน่าล่ะ วันนี้ฉันเห็นอยู่ข้าง ๆ ว่าหวังเจี้ยนกั๋วบาดเจ็บหนักมาก หมอหานพยายามหาทางห้ามเลือดให้ตั้งนาน แต่เลือดก็ยังไหลไม่หยุด ปัญญาชนแซ่เสิ่นใช้เวลาแค่ครู่เดียวก็ห้ามเลือดได้แล้ว ไม่อย่างนั้น ต่อให้ส่งหวังเจี้ยนกั๋วไปโรงพยาบาลอำเภอก็คงช่วยไม่ทัน”
“ถ้าอย่างนั้น ฝีมือการรักษาของปัญญาชนแซ่เสิ่นก็เก่งกว่าหมอหานเสียอีกสิ”
“ใช่แล้ว หมอหานก็พูดเองว่าปัญญาชนแซ่เสิ่นเป็นคนช่วยหวังเจี้ยนกั๋วไว้”
“ปัญญาชนแซ่เสิ่นนี่เก็บงำฝีมือเก่งจริง ๆ ก่อนหน้านี้เห็นเธอชอบไปศึกษาพวกดอกไม้ใบหญ้าประหลาด ๆ ที่หลังเขาอยู่บ่อย ๆ แถมยังเคยได้ยินเธอบอกว่าบางอย่างเอากลับไปทำยาได้ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง!!”
“ว้าว พอคิดว่าหมู่บ้านเรามีทั้งหมอเท้าเปล่าอย่างหมอหาน แล้วยังมีหมอเทวดาอย่างปัญญาชนแซ่เสิ่นอีก ก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเลย”
เมื่อเซี่ยน่าเห็นหลินเหย่าเหย่าเอาแต่เงียบ สีหน้าก็ฉายแววเย้ยหยัน
“มาจากที่เดียวกันแท้ ๆ บางคนกลับทำให้คนอื่นรู้สึกปลอดภัยได้ ส่วนบางคนน่ะเกิดมาก็เป็นตัวหายนะ ใครเข้าไปพัวพันด้วยก็ไม่มีจุดจบดี ๆ หรอก คนเรานี่ไม่เหมือนกันจริง ๆ”
