ถังสื่อหมิงไม่คิดว่าเสิ่นป้านเซี่ยจะลงมือกับหลินเหย่าเหย่าอย่างกะทันหัน เขาจึงก้าวเข้าไปโดยไม่รู้ตัว “ป้านเซี่ย อย่า...”
อย่าทำแบบนี้
“เพียะ!”
ยังไม่ทันที่ถังสื่อหมิงจะพูดจบ เสิ่นป้านเซี่ยก็ตบหลินเหย่าเหย่าอีกฉาด
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์: !!!
ทุกคนเบิกตากว้าง แม้แต่ลมหายใจก็ยังผ่อนให้เบาที่สุด กลัวว่าจะดึงดูดความสนใจของเสิ่นป้านเซี่ย
แม้ตอนนี้ในหมู่บ้านต้าเถียนจะเล่าลือกันถึง “วีรกรรมหาญกล้า” ต่าง ๆ ของเสิ่นป้านเซี่ย แต่ในความทรงจำของเหล่าปัญญาชนที่ไปอยู่ชนบท เธอก็ยังเป็นปัญญาชนแซ่เสิ่นคนเดิมที่ปกติพูดไม่มาก ชอบศึกษาพืชดอกไม้ใบหญ้าประหลาด ๆ
ใครจะคิดว่าเธอจะ “ดุร้าย” อย่างที่ชาวบ้านพูดกันจริง ๆ
ถึงเวลาลงมือก็ไม่พูดพร่ำแม้แต่ครึ่งคำ
พอลงมือแล้วก็ทั้งหนักหน่วงและฉับไว
ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ใครจะคิดว่าปัญญาชนแซ่เสิ่นผู้มีบุคลิกเย็นชาโดดเด่นราวกับหลุดพ้นจากโลกีย์ จะมีด้านที่อันตรายเช่นนี้ด้วย
เธอเหมือนดอกกุหลาบที่มีหนาม งดงามอย่างที่สุด แต่ก็ทำให้คนหวาดหวั่นจนไม่กล้าเข้าใกล้
ถังสื่อหมิงถูกตบจนมึนงง รอยฝ่ามือชัดเจนปรากฏขึ้นบนใบหน้า ความแสบร้อนแผ่ซ่านไปทั่ว
หลินเหย่าเหย่ายกมือกุมแก้ม ดวงตาคลอหยาดน้ำ มองถังสื่อหมิงแล้วหันไปมองเสิ่นป้านเซี่ย
“พี่ป้านเซี่ย อยากระบายอะไรก็มาลงที่ฉัน อย่าตีสื่อหมิงเกอ!”
“เพียะ!”
หลินเหย่าเหย่าเพิ่งพูดจบ ก็ถูกตบอีกฉาดทันที
เธอเซถอยหลังไปสองก้าวกว่าจะฝืนประคองตัวให้ยืนมั่นได้
เสิ่นป้านเซี่ยยิ้มสดใส “ได้สิ ฉันจะทำให้สมใจ”
หลินเหย่าเหย่าโกรธจนชี้หน้าเสิ่นป้านเซี่ย “เสิ่น...”
เพิ่งเอ่ยออกมาได้คำเดียว เสิ่นป้านเซี่ยก็ตบเข้าให้อีกฉาด
“เพียะ—!!”
ถังสื่อหมิงขวางอยู่ตรงหน้าหลินเหย่าเหย่า “พอได้แล้ว!”
“เพียะ—!!”
เสิ่นป้านเซี่ยตบซ้ายทีขวาที ไม่ปรานีสักนิด ฟาดใส่ใบหน้าของหลินเหย่าเหย่ากับถังสื่อหมิง
