“พี่สือหมิง ในที่สุดพี่ก็กลับมาแล้ว ถ้าพี่ยังไม่กลับมา ฉันคงถูกคนรังแกจนแย่แน่ ๆ”
พอหลินเหย่าเหย่าเห็นถังสื่อหมิง ก็รีบทำสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้เขาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
“พี่สือหมิง เห็น ๆ อยู่ว่าเด็กคนนั้นทำแอปเปิลของฉันตก ย่าของเขายังไม่ยอมเลิกรา คนพวกนี้ก็ยังช่วยพวกเขารังแกฉันอีก”
ชายหนุ่มสวมแว่นคนหนึ่งเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “คุณผู้หญิง ทำไมถึงชอบใส่ร้ายคนอื่นอยู่เรื่อย เมื่อกี้ทุกคนแค่ทนดูคุณตะคอกใส่เด็ก แถมทำหน้าดุดันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อไม่ไหว ถึงได้พูดขึ้นมาสองสามคำ แล้วกลายเป็นว่าพวกเราช่วยกันรังแกคุณตั้งแต่เมื่อไรกัน”
คนอื่น ๆ ก็ไม่พอใจเช่นกัน ตั้งแต่ชายหนุ่มคนนี้ปรากฏตัว ผู้หญิงคนนี้ก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที
เมื่อกี้ยังทำท่าดุร้ายราวกับจะกินคนอยู่เลย ทำไมพอเห็นชายหนุ่มคนนี้แล้วถึงได้กลายเป็นสาวน้อยอ่อนหวานน่าสงสารขึ้นมาได้ล่ะ?
“พวกเราแค่เตือนคุณว่าอย่าสาปแช่งเด็กด้วยถ้อยคำร้ายกาจ แล้วพวกเรารังแกคุณตรงไหน?”
“ทุกคนแค่คิดว่าเรื่องเล็กนิดเดียวไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ถึงกับด่าทอเด็ก แถมยังจะเรียกตำรวจรถไฟมาจับอีก ก็แค่แอปเปิลลูกเดียวเอง จะอะไรนักหนา?”
“คิดว่าพอมีคนมาช่วยแล้วจะบิดเบือนความจริงได้หรือไง? พวกเราตั้งหลายคนเป็นพยานได้ทั้งนั้น”
สีหน้าที่หลินเหย่าเหย่าเพิ่งควบคุมให้ดูน่าสงสารพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอำมหิต คนพวกนี้พูดง่ายสิ เพราะตัวเองไม่ได้เดือดร้อน
พูดว่า “ก็แค่แอปเปิลลูกเดียว” ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยจริง ทำไมพวกเขาถึงไม่ช่วยคุณย่าหลานคู่นั้นชดใช้เงินล่ะ?
กลับอาศัยว่ามีคนมากกว่า คิดจะบีบบังคับให้เธอเลิกเอาเรื่อง
ที่จริงหลินเหย่าเหย่าเองก็เข้าใจดีว่า ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือยุติเรื่องนี้เสีย ทำตามที่คนพวกนั้นพูด ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าว ไม่เอาเรื่องอีกต่อไป
