ถังสื่อหมิงไม่เข้าใจว่าทำไมหลินเหยาเหย่าถึงยังแก้ตัวในเวลาแบบนี้ “เธอหมายความว่า ตำรวจรถไฟกับพยานทุกคนบนรถต่างก็ใส่ร้ายเธออย่างนั้นเหรอ?”
แววตาของหลินเหยาเหย่าพราวด้วยหยาดน้ำตา “พี่สื่อหมิง ฉันไม่ได้โกหกพี่จริง ๆ ตอนนั้นคนร้ายถือมีดท่าทางดุดันพุ่งเข้ามา ฉันตกใจจนคิดอะไรไม่ออก คิดแค่ว่าต้องรีบหนี ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป ถ้าเด็กคนนั้นไม่พูด ฉันก็คงไม่รู้ว่าตัวเองผลักแม่ของเธอ แถมยังไม่ทันสังเกตด้วยว่าตอนนั้นมีคนอยู่ข้างหน้า”
ตอนพูดเช่นนี้ หลินเหยาเหย่ารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจริง ๆ ในสถานการณ์แบบนั้น ใครจะไม่กลัวบ้างล่ะ?
ตอนนั้นคนร้ายถือมีดพุ่งเข้ามา สิ่งเดียวที่เธอคิดคือรีบหนี อย่าให้ถูกจับได้
อยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ใครจะยังมาสนใจว่ามีคนอื่นอยู่ข้าง ๆ หรือเปล่ากันล่ะ?!
ตอนนั้นในตู้เสบียงยังมีคนอีกตั้งมากมาย ทุกคนต่างพากันหนีออกไปอย่างสุดชีวิต
เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีใครเผลอผลักคนข้าง ๆ ล้มเหมือนกัน แค่ไม่มีใครเปิดโปงเท่านั้น
ทั้งที่ทุกคนก็ทำกันได้ แล้วทำไมถึงจ้องเล่นงานเธอคนเดียวไม่เลิก?!
อีกอย่าง นักวิจัยคนนั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่บาดเจ็บเล็กน้อยแท้ ๆ ยังจะทำเรื่องให้ใหญ่โตขนาดนั้น
ตอนนี้หลินเหยาเหยาเกลียดนักวิจัยหญิงคนนั้นกับลูกสาวเข้ากระดูกดำ ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กตัวแสบนั่นตะโกนโพนทะนาไปทั่วจนคนรู้กันหมด
พวกปากมากในหมู่บ้านพักที่ชอบยุแยงตะแคงรั่วก็คงไม่ชี้ไม้ชี้มือใส่แม่ลูกคู่นั้น แถมยังพูดจาไม่น่าฟังตั้งมากมาย
