หยงหนิงก้มมองจดหมายในมือ เป็นฝีมือของน้องชายจริงดังคิด เนื้อความในจดหมายตรงกับข่าวที่ชุ่ยสี่ไปสืบมาไม่มีผิดเพี้ยน
ดูท่าน้องชายของนางยังมีชีวิตอยู่ดี มิได้เกิดเรื่องอันใดขึ้น
เพียงแต่ในจดหมาย น้องชายเอ่ยถึงเรื่องหนึ่ง น้ำเสียงยามกล่าวถึงเรื่องนี้เจือความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
ระหว่างที่น้องชายออกรบอยู่ชายแดน เขาได้ช่วยหญิงสาวกำพร้าคนหนึ่งไว้กลางทาง
แม้จะเขียนถึงเพียงไม่กี่คำ แต่ระหว่างบรรทัดกลับเผยให้เห็นว่าหนุ่มน้อยผู้เพิ่งรู้จักความรักนั้นห่วงใยและยินดีเพียงใด
หยงหนิงอ่านแล้วชะงักไป นางนึกไม่ถึงว่าเจ้าตัวเล็กที่แต่ก่อนเอาแต่เดินตามนางไปเล่นโคลน จนฟองน้ำมูกผุดอยู่ใต้จมูก บัดนี้กลับมีคนที่ทำให้หัวใจหวั่นไหวแล้ว
ในจดหมายยังบอกด้วยว่า หญิงสาวผู้นั้นเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของพ่อค้าสุราบริเวณชายแดน หลังชาวซีหรงบุกเข้ายึดเมืองและเริ่มเข่นฆ่าผู้คน บิดามารดาของนางก็ถูกสังหาร ส่วนตัวนางถูกจับตัวไป
ไม่คาดคิดว่ากลางทางจะได้รับการช่วยเหลือจากเสิ่นหลิงเฟิง หญิงสาวผู้นี้พอมีความรู้ด้านการแพทย์ จึงติดตามอยู่ข้างกายเสิ่นหลิงเฟิงมาตลอด
บัดนี้เสิ่นหลิงเฟิงนำทัพกลับราชสำนัก นางย่อมติดตามมาถึงเมืองหลวงด้วย
รอยยิ้มวูบผ่านหว่างคิ้วและดวงตาของหยงหนิง เจ้าตัวเล็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่เสียที รู้จักหาภรรยาแล้ว
ครอบครัวของพวกนางแต่เดิมก็มีพื้นเพสามัญ แม้บัดนี้จะมีอำนาจแล้ว ก็ไม่ถือสาฐานะชาติกำเนิดของสตรีจนเกินไป
ขอเพียงน้องชายชอบ ก็ย่อมตามใจเขา
“เจ้าตัวแสบ” หยงหนิงมองจดหมายแล้วอดหัวเราะพลางดุออกมาไม่ได้