“ท่านจะไปเองหรือ?!”
สิ้นคำกล่าวนี้ หอคอยหินดำทั้งหลังก็พลันแตกตื่นขึ้นมา!
“จ้าวคุก ท่านจะออกไปด้วยตนเองหรือ?” ตี้หลวนเบิกตากว้าง สีหน้าไม่อยากเชื่อ
“อมิตาภพุทธ อาตมาคงไม่ได้ฟังผิดไปกระมัง?” ลูกประคำในมือปู้คงแทบจะร่วงหล่น
“แล้วเราล่ะ?” อินเลี่ยเป็นคนแรกที่โวยวายขึ้นมา “เรารอมาแล้วสามรอบ รอบนี้ก็ควรถึงตาเราบ้างแล้วกระมัง!”
เซี่ยอู๋จิ้วเหลือบมองเขา ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าจะไปหรือ? เด็กหนึ่งพันคนนั้นจะเหลือรอดสักกี่คน?”
อินเลี่ยอ้าปาก ทว่าผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังพูดไม่ออก
แน่นอนว่าเขารู้ดี!
ด้วยพลังของเขา การสังหารสัตว์ดุร้ายหนึ่งแสนตัวกับราชันสัตว์สามตนเป็นเพียงเรื่องยกมือเท่านั้น
แต่ฝูงสัตว์กำลังประชิดกำแพงเมือง ภายในเมืองยังมีเด็กอีกกว่าหนึ่งพันคน เพียงปลดปล่อยไอสังหารออกมา อย่าว่าแต่สัตว์ดุร้ายเลย แม้แต่ชาวเมืองก็ต้องถูกแรงสะเทือนคร่าชีวิตไปเป็นจำนวนมาก!
ต้องไม่ปล่อยให้สัตว์ดุร้ายแม้แต่ตัวเดียวบุกเข้าเมือง และต้องไม่มีเด็กแม้แต่คนเดียวได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในเวลาหนึ่งก้านธูป
ทั่วทั้งหอคอยหินดำ มีเพียงคนเดียวที่ทำได้
เซี่ยอู๋จิ้วไม่กล่าวอะไรอีก หันหลังเดินไปยังประตูคุก
เดินไปได้ครึ่งทาง เขาพลันหยุดฝีเท้า แล้วเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา
“ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ หากใครกล้าขยับตัวส่งเดช กลับมาเมื่อใดจะถูกเพิ่มโทษอีกหนึ่งหมื่นปีทั้งสิ้น”
กล่าวจบ เขาก้าวพ้นประตูคุกไป
ทันทีที่เซี่ยอู๋จิ้วก้าวออกจากประตูคุก ฟ้าปลอดทัณฑ์ทั้งผืนก็สั่นสะเทือนขึ้นมา!
