“จะไปเหรอ? ไปก็ดี!” ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ “อย่าหวังว่าจะได้เบิกเสบียงอีก! แล้วก็ทิ้งป้ายไว้ด้วย หลังจากนี้ถ้าหน่วยกู้ภัยของพันธมิตรมาถึง พวกแกก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือเป็นกลุ่มแรก!”
พันธมิตรประกาศไว้แล้วว่าจะจัดหาที่พักให้ผู้ประสบภัย พร้อมกำชับไม่ให้พวกเขาออกไปไหนมั่วซั่ว ให้รอความช่วยเหลือที่จะตามมา
หญิงสาวตะโกนเสียงดัง “เราอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้! เราต้องไปหาบ้านปลอดภัย! พันธมิตรช่วยเราไม่ได้หรอก!”
ซูเสี่ยวเพิ่งย้ายไปอีกจุดเพื่อเก็บหีบสมบัติสีขาวอีกใบพอดี จึงได้ยินคำพูดนั้นเข้า
เธอคิดว่าผู้หญิงคนนี้ยังพอมีสติอยู่บ้าง
สถานการณ์เป็นแบบนี้แล้ว จะไปพึ่งคนอื่นได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งมีคนรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ก็ยิ่งเกิดอันตรายได้ง่าย
เว้นเสียแต่จะมีผู้แข็งแกร่งที่มีพลังเหนือชั้น คอยกดข่มคนอื่นและขึ้นเป็นผู้นำเพียงคนเดียว
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้พันธมิตรยังไม่มีพลังเช่นนั้น
แววตาของผู้คนที่เดิมเงียบสงบเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พันธมิตรช่วยพวกแกไม่ได้ แล้วใครจะช่วยได้?” ชายคนนั้นหัวเราะแห้ง ๆ
ทุกคนเงียบงัน
ชายที่ถูกหญิงสาวจับมืออยู่เอ่ยขึ้น “ผู้รอดชีวิตที่ผูกมัดกับบ้านปลอดภัยช่วยเราได้ พวกเขามีบ้านปลอดภัย แถมยังมีพลังที่ไม่เหมือนใคร! เมื่อคืนฉันเห็นกับตา ผู้หญิงคนนั้นยกชั้นวางสินค้าเป็นร้อยกิโลได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะงั้นบ้านปลอดภัยต้องไม่ธรรมดาแน่!”
“เหอะ...” คนข้าง ๆ ส่งเสียงเยาะ “พวกที่ผูกมัดกับบ้านปลอดภัยหนีไปกันหมดแล้ว! คิดว่าใครจะยังอยู่ที่นี่เหมือนพวกไร้ประโยชน์อย่างพวกแก ที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง!”
