สือเหล่ยลนลาน หันไปมองผู้อาวุโสเสวี่ย ตอนนี้ควรทำอย่างไรดี?
ผู้อาวุโสเสวี่ยเองก็ลนลานไม่แพ้กัน มองฉันแล้วได้อะไร ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรว่าควรทำอย่างไร!
สถานการณ์วันนี้ หากจัดการพลาดแม้แต่นิดเดียว ป้ายร้านคงพังยับแน่!
“รีบผ่าหินสิ!”
“ถ้าไม่ผ่า ก็เท่ากับโกงกันชัด ๆ!”
“หลอกกันเกินไปแล้ว ต่อไปนี้ผู้อวี้ฟางห้ามมาอีกเด็ดขาด”
ฝูงชนที่มุงดูส่งเสียงโวยวาย ผู้คนยิ่งทยอยกันมามากขึ้น บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
“ได้ ผ่า!”
สือเหล่ยกัดฟัน พูดเสียงเข้ม
“ผมไม่ได้วางแผนร่วมกับผู้อาวุโสเสวี่ย หินดิบก้อนนี้มาจากโคกเดียวกับหินดาวรุ่งอย่างแน่นอน ถ้าไม่เชื่อ พวกคุณไปตรวจสอบที่ประเทศเมียนมาได้เลย...ใครก็ได้ มาผ่าหิน!”
“เถ้าแก่สือ!”
ผู้อาวุโสเสวี่ยหน้าเปลี่ยนสีฉับพลัน ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง
“ผู้อาวุโสเสวี่ย เดิมพันนี้เกิดขึ้นแล้ว เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องผ่าหิน”
เถ้าแก่สือจ้องผู้อาวุโสเสวี่ย พลางพูดเสียงเบา
“คุณไม่ต้องกลัวหรอก ใคร ๆ ก็มีพลาดกันได้บ้าง ไม่ใช่หรือ?”
คำพูดนี้ราวกับปลุกคนที่กำลังฝันให้ตื่น ดวงตาของผู้อาวุโสเสวี่ยสว่างวาบ ก่อนจะสงบลง
จริงด้วย!
ขอแค่ยืนกรานว่า ‘ตาฝาดไป’ ใครจะพิสูจน์ได้ว่าฉันวางแผนโกง?
เสียหน้าชั่วคราว ยังดีกว่าเสียชื่อเสียงจนหมดสิ้น!
