สิบนาทีต่อมา หลินฝานกับเสิ่นชิงก็มาถึงร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง
“คุณนั่งก่อนนะ ฉันไปโทรศัพท์แป๊บหนึ่ง”
เสิ่นชิงพูดกับหลินฝานจบก็เดินออกจากห้องส่วนตัวไป
ระหว่างที่เสิ่นชิงไม่อยู่ หลินฝานรับรู้สภาพร่างกายของตัวเองอย่างละเอียด ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
“ถ้าฝ่าด่านอีกครั้ง ก็จะถึงขั้นสองของการฝึกลมปราณแล้วสินะ ที่ฝ่าไปได้เร็วขนาดนี้ เมล็ดพันธุ์หุ่นเชือดเลือดมีส่วนช่วยไม่น้อยเลย… ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์สามารถกลืนกินสิ่งชั่วร้าย แล้วหลอมรวมมันเพื่อเสริมพลังให้ตัวเองได้”
หลินฝานพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเหลือบมองม่วงหลวง หยกชั้นเยี่ยมขนาดเท่าลูกฟุตบอลก้อนนี้มีพลังวิญญาณอยู่มากมาย เพียงพอให้เขาใช้ประคองสภาพร่างกายให้มั่นคงหลังจากทะลวงขั้นได้
ที่สำคัญที่สุดคือ แค่ขายมันออกไป เขาก็จะกลายเป็นมหาเศรษฐีแล้ว!
“หาเงินง่ายจริง ๆ จู่ ๆ ก็รู้สึกหมดความสนใจเรื่องเงินไปซะอย่างนั้น”
เมื่อนึกถึงชีวิตอันแสนลำบากในอดีต ที่ต้องทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมง หลินฝานก็รู้สึกราวกับผ่านไปแล้วทั้งชาติ
ไม่นานนัก เสิ่นชิงก็กลับมา “อยากกินอะไรบ้าง”
“ฉันไม่เคยมาร้านหรูขนาดนี้มาก่อน คุณสั่งเถอะ”
หลินฝานไม่ได้รู้สึกอึดอัด ไม่มีอะไรต้องปิดบัง นั่นเป็นเส้นทางที่เขาเดินผ่านมา
“ได้ค่ะ”
หลังเสิ่นชิงสั่งอาหารเสร็จ เธอก็มองหลินฝานด้วยแววตาที่เจือความสงสัยอยู่หลายส่วน
“มองฉันทำไม หน้าฉันมีดอกไม้หรือไง”
หลินฝานสบตาเสิ่นชิงแล้วยิ้มบาง ๆ
“ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณเจออะไรมาบ้าง ถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้”
เสิ่นชิงพูดตรง ๆ
