สัญญารัก (ฟอร์ม) ยักษ์

บทที่ 3 ฉันแต่งงานแล้ว

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 3 ฉันแต่งงานแล้ว

"คุณย่า หนูสัญญาค่ะ"

ไห่ถงตอบรับส่ง ๆ ไปอย่างนั้น

ถึงคุณย่าจ้านจะดีกับเธอมาก แต่อย่าลืมว่าจ้านอิ้นคือหลานชายแท้ ๆ ส่วนเธอเป็นเพียงหลานสะใภ้ ถ้าสามีภรรยามีปัญหากันจริง ๆ ตระกูลจ้านจะลำเอียงเข้าข้างเธองั้นหรือ?

ไห่ถงไม่เชื่อหรอก

ก็เหมือนกับพ่อแม่สามีของพี่สาวเธอนั่นแหละ

ก่อนแต่งงาน พวกเขาดีกับพี่สาวมาก ดีซะจนลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองยังอิจฉา

พอหลังแต่งงาน ก็เปลี่ยนไปคนละคน เวลาพี่สาวกับสามีมีปัญหากัน แม่สามีก็เอาแต่กล่าวโทษว่าพี่สาวเป็นภรรยาที่ไม่ดี

ดังนั้นแล้ว ลูกชายของคนอื่นก็คือลูกชายแท้ ๆ อยู่วันยังค่ำ ส่วนลูกสะใภ้ ก็คือคนนอกตลอดกาล

"หนูจะไปเปิดร้านแล้วใช่ไหม งั้นย่าจะไม่รบกวนแล้วล่ะ ตอนเย็นย่าจะบอกให้อาอิ้นไปรับหนูกลับมากินข้าวด้วยกัน"

"คุณย่าคะ หนูคงปิดร้านดึกมาก อาจจะไม่สะดวกกลับไปกินข้าวเย็น เสาร์อาทิตย์ได้ไหมคะ?"

เสาร์อาทิตย์โรงเรียนหยุด ร้านหนังสือของพวกเธอต้องพึ่งพาโรงเรียน พอโรงเรียนปิดเทอม การค้าก็เงียบเหงา ถึงขั้นปิดร้านได้เลย เธอถึงจะมีเวลา

"ก็ได้"

คุณย่าจ้านพูดอย่างเห็นอกเห็นใจ "งั้นไว้เสาร์อาทิตย์ค่อยว่ากัน หนูไปยุ่งเถอะ"

ท่านเป็นฝ่ายวางสายก่อน

แต่ไห่ถงไม่ได้ไปที่ร้านทันที เธอส่งข้อความหาเสิ่นเสี่ยวจวิน เพื่อนสนิทก่อน ว่าจะกลับไปที่ร้านตอนเที่ยงก่อนเด็กนักเรียนเลิกเรียน

หลังจากจัดการเรื่องสำคัญในชีวิตเสร็จ เธอก็ต้องกลับไปบอกพี่สาวสักหน่อย แล้วย้ายออกจากบ้านพี่สาว

สิบนาทีกว่าให้หลัง

ไห่ถงก็มาถึงบ้านพี่สาว

พี่เขยไปทำงานแล้ว พี่สาวกำลังตากผ้าอยู่ที่ระเบียง พอเห็นเธอกลับมา ก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่า "ถงถง กลับมาทำไม วันนี้ไม่เปิดร้านเหรอ?"

"เที่ยงค่อยไปค่ะ ช่วงเที่ยงยุ่ง หนูหยางยังไม่ตื่นเหรอคะ?"

โจวหยางคือหลานชายของไห่ถง ตอนนี้เพิ่งสองขวบ เป็นวัยซนพอดี

"ยังเลย ถ้าเขาตื่นขึ้นมา บ้านก็คงไม่เงียบแบบนี้หรอก"

ไห่ถงเข้าไปช่วยพี่สาวตากผ้า และถามถึงเรื่องเมื่อคืน

"ถงถง พี่เขยเธอไม่ได้ไล่เธอออกไปนะ เขาแค่เครียดมาก แถมฉันก็ไม่มีรายได้"

ไห่หลิงอธิบายแทนสามี

ไห่ถงเงียบ พี่เขยนั่นแหละที่กำลังไล่เธอทางอ้อม

พี่เขยของเธอเป็นผู้จัดการในบริษัทแห่งหนึ่ง รายได้สูง พี่สาวกับเขาเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกัน เดิมก็ทำงานที่บริษัทเดียวกัน ต่อมาแต่งงานกัน หลังแต่งงาน พี่เขยพูดกับพี่สาวอย่างอ่อนหวานว่า "ต่อไปผมเลี้ยงคุณเอง คุณอยู่บ้านพักผ่อน เตรียมตัวมีลูกนะ"

พี่สาวคิดว่าตัวเองแต่งกับคนที่ใช่ เลยลาออกจากงานกลับมาเป็นแม่บ้านจริง ๆ หนึ่งปีหลังแต่งงานก็คลอดลูกชายอวบอ้วน เลี้ยงลูก ดูแลบ้าน ทำให้พี่สาวยุ่งจนไม่มีเวลาแต่งตัว ทั้งยังดูแลรูปร่างไม่ดีพอ แถมไม่มีทางสลัดหลุดกลับไปทำงานได้

สามปีผ่านไปไวเหมือนโกหก พี่สาวของเธอได้เปลี่ยนจากสาวสวยวัยรุ่นกลายเป็นผู้หญิงบ้าน ๆ รูปร่างอ้วน ใส่เสื้อผ้าเรื่อยเฉื่อย ไม่รักสวยรักงาม

พี่สาวที่สูญเสียรายได้ไปแล้ว ยังต้องมาเจอที่พี่เขยยื่นข้อเสนอใช้ระบบแชร์ค่าใช้จ่าย เพราะเธออีก นั่นคือการบีบให้พี่สาวกลับไปทำงาน แต่เรื่องในบ้านทุกอย่างก็ยังต้องให้พี่สาวคอยจัดการ

ไห่ถงกับพี่สาวห่างกันห้าปี ตอนเธอสิบขวบ พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เสียชีวิตทั้งคู่ จากนั้นเธอก็อยู่กับพี่สาวแบบพึ่งพากันมาตลอด

เงินชดเชยหลังอุบัติเหตุรถชนของพ่อแม่ แต่เดิมน่าจะพอให้สองพี่น้องเรียนจบ แต่ถูกปู่ย่าขอไปส่วนหนึ่ง ตายายก็ขอไปอีกส่วนหนึ่ง เงินที่เหลืออยู่เล็กน้อย สองพี่น้องประหยัดมัธยัสถ์ ถึงประคองตัวจนเรียนจบมหาวิทยาลัยได้

เพราะบ้านเกิดถูกปู่ย่ายึดครองไว้ ไห่ถงเลยเช่าบ้านอยู่กับพี่สาวข้างนอกตลอด กระทั่งพี่สาวแต่งงาน สองพี่น้องถึงสิ้นสุดชีวิตการเช่าบ้าน

พี่สาวของไห่ถงรักเธอมาก ก่อนแต่งงานก็ตกลงกับพี่เขยแล้วว่า หลังแต่งจะให้เธออยู่ด้วย ซึ่งพี่เขยก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้กลับเริ่มรังเกียจที่เธออยู่ที่นี่

"พี่สาวคะ ขอโทษนะคะ เป็นเพราะหนูถ่วงพี่"

"ไม่ใช่ ถงถง อย่าคิดแบบนั้น พ่อแม่จากไปเร็ว พี่คือที่พึ่งของหนู"

ไห่ถงรู้สึกซาบซึ้งใจ ตอนเด็ก พี่สาวเป็นที่พึ่งของเธอ มาวันนี้ เธออยากเป็นที่พึ่งของพี่สาวบ้าง

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วหยิบใบจดทะเบียนสมรสออกมา ยื่นให้พี่สาว พลางพูดว่า "พี่สาวคะ หนูแต่งงานแล้วค่ะ เพิ่งไปจดทะเบียนมา เลยกลับมาบอกพี่สักหน่อย เดี๋ยวหนูเก็บของแล้วย้ายออก"

"หนูแต่งงานแล้ว?"

เสียงของไห่หลิงดังขึ้นสูงหลายเดซิเบลในทันใด เรียกว่าตะโกนก็ไม่เกินจริง

เธอมองน้องสาวอย่างไม่อยากเชื่อ พร้อมกับแย่งใบจดทะเบียนสมรสมาอย่างรวดเร็ว เปิดดู ก็เห็นเป็นรูปแต่งงานของน้องสาวกับชายแปลกหน้าคนหนึ่งจริง ๆ

"ไห่ถง นี่มันเรื่องอะไรกัน หนูไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอ?"

ผู้ชายในทะเบียนสมรสดูดีมาก ทว่าแววตาที่เผยออกมานั้นคมกริบ สีหน้าเย็นชาเกินเหตุ ดูแค่ครั้งเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่เข้ากับใครง่าย ๆ

ไห่ถงคิดคำแก้ตัวไว้ตั้งแต่ตอนกลับมาแล้ว จึงพูดว่า "พี่สาวคะ หนูมีแฟนมาตั้งนานแล้วค่ะ เขาชื่อจ้านอิ้น เพียงแต่เขางานยุ่งมาก ไม่เคยมีเวลาเจอพี่สักที"

"เขาขอหนูแต่งงาน หนูก็ตกลง จากนั้นพวกเราก็ไปที่สำนักทะเบียนเพื่อจดทะเบียนสมรส เขาเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมมาก แถมดีกับหนูมากด้วย พี่วางใจเถอะ หนูแต่งงานแล้วต้องมีความสุขแน่นอนค่ะ"

ไห่หลิงก็ยังรับไม่ได้

ไม่เคยได้ยินน้องสาวบอกว่ามีแฟน แต่อยู่ ๆ กลับบอกว่าแต่งงานแล้ว

นึกถึงเรื่องที่สองสามีภรรยาทะเลาะกันเมื่อคืน น้องสาวได้ยินเข้า ไห่หลิงพลันรู้สึกแย่จนตาแดง พูดกับน้องสาวว่า "ถงถง พี่บอกพี่เขยหนูแล้วนะว่าหนูให้ค่าอาหาร หนูจะอยู่ต่อได้สบายเลย"

"ไม่ต้องรีบร้อนแต่งงาน รีบร้อนย้ายออกหรอก"

เธอกล้าพูดว่า แฟนของน้องสาวคงรู้จักกันไม่นาน เพราะไม่อย่างนั้นน้องสาวคงบอกเธอไปนานแล้ว

ที่วันนี้อยู่ ๆ ก็ไปจดทะเบียน ก็เพราะสามีของเธอรังเกียจที่น้องสาวอยู่ที่นี่นานเกินไป น้องสาวเลยรีบแต่งงานออกไปเพื่อไม่ให้ชีวิตคู่ของเธอมีปัญหา

ไห่ถงยิ้มปลอบพี่สาว "พี่สาวคะ มันไม่เกี่ยวกับพี่จริง ๆ นะคะ หนูกับจ้านอิ้นรักกันดีมาก หนูจะต้องมีความสุขจริง ๆ พี่ควรจะดีใจให้หนูต่างหาก"

ไห่หลิงกลับร้องไห้ฟูมฟาย

ไห่ถงจนใจโอบกอดพี่สาวไว้ เมื่อพี่สาวร้องไห้เสร็จ ปรับอารมณ์ได้แล้ว เธอสัญญากับพี่สาวว่า "พี่สาวคะ หนูจะกลับมาเยี่ยมพี่บ่อย ๆ บ้านของจ้านอิ้นซื้อไว้ที่หมู่บ้านหมิงย่วน ห่างจากบ้านพี่ไม่ไกลเท่าไหร่ หนูขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแค่สิบนาทีก็ถึงค่ะ"

"ครอบครัวเขาเป็นยังไงบ้าง?"

เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว ไห่หลิงก็ได้แต่ยอมรับ ถามถึงฐานะทางบ้านของน้องเขย

ไห่ถงเองก็ไม่ได้รู้จักตระกูลจ้านดีนัก แม้เธอจะรู้จักกับคุณย่าจ้านมาสามเดือนแล้วก็ตาม ปกติเธอก็ไม่ค่อยถามเรื่องของตระกูลจ้าน เวลาคุณย่าจ้านเล่าให้ฟัง เธอก็แค่ฟัง รู้แต่ว่าจ้านอิ้นเป็นพี่ใหญ่ในบ้าน น้อง ๆ (รวมลูกพี่ลูกน้อง) มีอีกเป็นแถว

จ้านอิ้นทำงานในกลุ่มบริษัทใหญ่ระดับแนวหน้าของก่วนเฉิง มีรถมีบ้าน ครอบครัวก็ไม่น่าจะย่ำแย่ ไห่ถงจึงเล่าเท่าที่ตนรู้ให้พี่สาวฟัง

เมื่อได้ยินว่าน้องเขยซื้อบ้านด้วยเงินสด ไห่หลิงก็ถามว่า "นั่นเป็นทรัพย์สินก่อนสมรสของเขานะถงถง เรียกให้เขาเพิ่มชื่อหนูในโฉนดได้ไหม?"

ถ้าเพิ่มชื่อน้องสาวในโฉนด ก็พอจะเป็นหลักประกันได้บ้าง

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com