บทที่ 4 พิสูจน์
ตั้งแต่แรกเริ่ม หยางหมิงก็รู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่มือของอาจวิน
ทุกการเคลื่อนไหวของเขา ดูเหมือนดุดัน แต่แท้จริงแล้วล้วนผ่านการคำนวณอย่างแยบคาย มีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว คือการเข้าใกล้ปากบันได
หลังจากรับหมัดหนักหน่วงของอาจวินเข้าเต็ม ๆ หยางหมิงก็เซถอยหลัง
ในที่สุดเขาก็มาถึงจุดที่วางแผนไว้
“นายระวังตัว!” คำเตือนของอาจวินยังคงก้องในอากาศ แต่หยางหมิงกลับพุ่งขึ้นบันไดราวกับเสือดาว
ชั่วพริบตา เขาก็มาอยู่ตรงหน้าพี่เสือ
มีดปังตอในมือส่องประกายเย็นเยือบ จวนเจียนจะกรีดคอหอยของพี่เสืออยู่แล้ว
แต่ทว่า คมมีดกลับชะงักในวินาทีสุดท้าย
“น้องสาวฉันตายยังไงกันแน่!” เสียงของหยางหมิงทั้งทุ้มต่ำและเยือกเย็น ในแววตาลุกโชนด้วยไฟแค้น
“ไอ้หนู... มึงแม่ง...”
พี่เสือเพิ่งจะอ้าปาก คมมีดก็กรีดลงบนผิวหนังแล้ว
“ปล่อยนายฉัน!” อาจวินพุ่งขึ้นบันได กัดฟันกรอด
หยางหมิงทำหูทวนลม เอ่ยทีละคำอย่างเน้นหนักว่า “ฉันถามแกเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าแกยังพูดเรื่องไร้สาระอีก ก็อย่ามาโทษฉันแล้วกัน! น้องสาวฉันเป็นฝีมือแกฆ่าหรือเปล่า!”
พี่เสือสัมผัสได้ถึงเงื้อมมือมัจจุราช ลูกกระเดือกขยับเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “น้องสาวแกเป็นใคร”
“หยางรุ่ย!”
“ฉันไม่รู้จัก...”
หยางหมิงขมวดคิ้วแน่น มือที่ถือมีดปังตอออกแรงกดลึกลงไปอีก
“ฉันไม่รู้จักน้องสาวแกจริง ๆ!” พี่เสือทั้งจนใจและฉุนเฉียว
“ก่อนหน้านี้น้องสาวฉันมาขอยืมเงินลูกน้องแก... ตอนนี้เธอตาย แกกลับบอกฉันว่าไม่รู้จักงั้นรึ”
พี่เสือแค่นหัวเราะ “ฉันมีลูกน้องเยอะแยะ ป่วงทุกคนได้ที่ไหน ถ้าแกมาเพื่อล้างแค้นให้น้องสาวแก เรามาคุยกันได้”
“มีอะไรน่าคุย ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต เป็นความจริงแท้แน่นอน!”
“แต่ถ้าน้องสาวแกไม่ใช่ฝีมือฉันล่ะ” พี่เสือเลิกคิ้วเล็กน้อย “ถ้าแกฆ่าผิดคน แกคิดว่าวันนี้แกจะรอดชีวิตไปได้อีกเหรอ ถึงตอนนั้นใครจะไปล้างแค้นให้น้องสาวแกอีก”
คำพูดนี้ราวกับน้ำเย็นสาดหนึ่งอ่าง สาดใส่หัวใจที่ร้อนระอุด้วยความแค้นของหยางหมิง
เขาลังเล แต่ความระแวดระวังไม่ลดน้อยลง
หางตามองกวาดรอบ ๆ พบว่าเสี่ยวเตาหายไปเสียแล้ว
“ได้! งั้นเรามาคุยกัน!” หยางหมิงกัดฟันกล่าว
“ไหน ๆ ก็จะคุยกันแล้ว แกช่วยวางมีดลงก่อนได้ไหม” พี่เสือลองหยั่งเชิงถาม
“ไม่มีทาง!” หยางหมิงปฏิเสธเด็ดขาด
ตอนนั้นเอง อาจวินขยับขึ้นบันไดมาหนึ่งขั้น หยางหมิงจึงเตือนทันที “แกอย่าขยับดีที่สุด ไม่งั้นเดี๋ยวมีดในมือฉันมันไม่เลือกหน้า!”
“แม่งเอ๊ย! ถ้ามึงกล้าทำอะไรนายฉัน ฉันไม่มีทางปล่อยมึงไว้แน่!” อาจวินคำราม
พี่เสือมองอาจวิน ส่งสายตาห้ามไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่าม แล้วยิ้มกล่าวว่า “ไม่วางมีดก็ได้ เราเปลี่ยนที่กัน เปลี่ยนเป็นที่มีแค่เราสองคนเป็นไง”
ไม่กี่นาทีต่อมา ในห้องส่วนตัวของไนต์คลับ หยางหมิงใช้เท้าถีบปิดประตู
“น้องสาวแกเคยมาทำงานที่ร้านฉันรึเปล่า” พี่เสือถาม
“ผมไม่รู้!” หยางหมิงตอบเย็นชา
“แล้วแกฟันธงได้ยังไงว่าการตายของน้องสาวแกเกี่ยวกับฉัน”
“เสี่ยวเตาเป็นคนพูด!”
ได้ยินดังนั้น พี่เสือเหมือนจะนึกอะไรออก แอบด่าสบถในใจ
“ฉันว่าแกคงเข้าใจผิดแล้ว”
หยางหมิงรู้สึกขัดแย้งในใจ ด้านหนึ่งก็โหยหาความจริง ด้านหนึ่งก็กลัวพลาดโอกาสแก้แค้น
มือเขากำมีดปังตอแน่น ข้อนิ้วมือซีดขาว
ในส่วนลึกของหัวใจ รอยยิ้มของน้องสาวกับร่างไร้วิญญาณอันเย็นเยียบผลัดกันปรากฏขึ้นมา
ที่จริงเมื่อครู่หยางหมิงก็สังเกตเห็นปัญหาแล้ว เพียงแต่เขายังไม่กล้าฟันธงเท่านั้นเอง
ตอนที่เขาพูดชื่อน้องสาวออกไป สายตาของพี่เสือไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
นี่ผิดปกติมาก
“ร้านฉันเปิดมาได้สามปี สาว ๆ ที่มาทำงานก็ไม่น้อย แต่ไม่เคยมีเรื่องถึงตายสักครั้ง ว่าแต่น้องสาวแกถ้าตายที่ร้านฉันจริง แกคิดว่าหน่วยบังคับใช้กฎหมายจะไม่สนใจรึไง” น้ำเสียงของพี่เสือแฝงความดูแคลนเล็กน้อย
หยางหมิงไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่พร่ำรำลึกถึงรายละเอียดต่าง ๆ ในหัวไม่หยุด
พี่เสือเห็นดังนั้น น้ำเสียงจึงผ่อนลงบ้าง “ไอ้หนู ฉันดูแล้วแกหมายมั่นจะแก้แค้นจริง ๆ แต่การแก้แค้นน่ะ มันต้องใช้สมอง แบบนี้ไม่กลัวตาย เห็นใครก็ฟัน แกคิดว่าแกจะแก้แค้นได้สำเร็จรึไง”
หยางหมิงจ้องพี่เสืออย่างเย็นชา เสียงทุ้มต่ำ “แกบอกว่าการตายของน้องสาวฉันไม่เกี่ยวกับแก แกจะพิสูจน์ยังไง”
“จะให้พิสูจน์ใช่ไหม” พี่เสือเชิดคาง แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ “แกหยิบมือถือในกระเป๋าฉันออกมา ฉันจะหาทางพิสูจน์ให้แกดู”
หยางหมิงลังเลครู่หนึ่ง มีดในมือไม่ไหวติง มืออีกข้างค่อย ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าพี่เสืออย่างระมัดระวัง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
เขาทำตามที่พี่เสือบอก กดโทรออกหมายเลขหนึ่ง จับตาระแวดระวังตลอดเวลา
“นาย...” เสียงอาจวินดังมาจากปลายสาย
“มึงแม่ง ไปตามไอ้เสี่ยวเตามาให้กูเดี๋ยวนี้!” จู่ ๆ พี่เสือก็ระเบิดอารมณ์ เสียงเปี่ยมด้วยโทสะ
“เมื่อกี้ผมให้คนไปตามแล้ว ไม่เจอ...” เสียงอาจวินค่อนข้างลังเล
“แม่ง! ไอ้ลูกผสมนี่กล้าต้มกูถึงที่! มึงไปลากไอ้หัวโตในกลุ่มมันมาให้กู” พี่เสือกัดฟันกรอด
“ได้ครับนาย”
วางสายแล้ว พี่เสือมองหยางหมิง แววตาเจือความยียวน “ฉันว่าแกคงเดาออกแล้วสินะ ว่าไอ้ลูกผสมเสี่ยวเตานั่นแหละที่อยู่เบื้องหลัง”
หยางหมิงนิ่งเงียบ แต่แววตาของเขาเริ่มสั่นคลอนแล้ว
สิบนาทีต่อมา เสียงเคาะประตูดังขึ้น
อาจวินลากหัวโตเข้ามาในห้อง
หัวโตเห็นหยางหมิงก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วเห็นพี่เสือ ทั้งร่างสั่นเทา
“นายมึงอยู่ไหน” พี่เสือมองหัวโตถาม
“พี่... พี่เสือ... ผมไม่รู้ว่านายผมไปไหน...”
“เรื่องหยางรุ่ยยังไง”
หัวโตชายตามองหยางหมิง กลืนน้ำลายแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้นายผมอยากได้หยางรุ่ยมาเป็นเมีย นางไม่ยอม หลังจากนั้นเขาก็ไปก่อกวนที่โรงเรียนนางบ่อย ๆ... แล้วก็เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง หยางรุ่ยมาขอยืมเงินนายผม... ยังบอกว่าให้ถึงสุดสัปดาห์นี้ จะไปโรงแรมเล็ก ๆ กับนายผม...”
“ต่อมาใครจะไปรู้ นางก็ตายเสียก่อน... จากนั้น... จากนั้นก็มีคนมาหานายผม ฟันพี่น้องเราเจ็บไปหลายคน”
“ตอนนั้นนายผม เลยอ้างชื่อพี่เสือ... ของท่าน...”
พูดถึงตรงนี้ หัวโตเม้มปาก เสียงสั่นเครือว่า “หลังจากนั้น นายผมก็บอกว่าจะฆ่ามัน แล้วว่าจะมาหาพี่เสือท่าน... เรื่องหลังจากนั้นผมก็ไม่รู้แล้ว...”
ได้ยินดังนั้น พี่เสือหัวเราะ มองไปทางหยางหมิง “เข้าใจแล้วสินะ การตายของน้องสาวแกไม่เกี่ยวกับฉันเลยสักนิด”
“น้องสาวผม ทำไมต้องไปขอยืมเงินเสี่ยวเตา” เสียงของหยางหมิงทั้งโกรธและงุนงง
“ฉะ... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!” หัวโตทำหน้าราวกับถูกใส่ร้าย
ในชั่วขณะนั้น หยางหมิงราวกับลูกโป่งที่ลมรั่ว มือที่ถือมีดค่อย ๆ ลดต่ำลง
ในจังหวะที่เผลอคลายความระวังนี้เอง จู่ ๆ ที่เขี่ยบุหรี่อันหนึ่งก็ลอยมา
หยางหมิงเบี่ยงตัวหลบหวุดหวิด แต่อาจวินกลับพุ่งเข้าใส่ราวกับพยัคฆ์ร้ายลงเขา เตะเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างแรง!