“ว้ายยยยยย!!” เสียงกรีดร้องของพวกหมวกคลุมหัวแทบจะทะลุแก้วหู
หัวหน้าแก๊งล้มลงไปกองกับพื้น มือและเท้าไถลไปกับพื้นอย่างน่าสมเพช
กลัวว่าถ้าช้าไปเดี๋ยวเส้นก๋วยเตี๋ยวสีทองจะมากินเขาเสียก่อน
แต่เส้นก๋วยเตี๋ยวสีทองกลับไม่แม้แต่จะมองเขา หางที่ผูกกระดิ่งรูปผีเสื้อสีแดงยังสะบัดเจ้าแมลงสาบที่ขวางทางนี่ออกไปอีกต่างหาก
“กริ๊งกริ๊ง——” เสียงใสกังวาน
มันหยุดอยู่ตรงหน้าฉือเฉี่ยน
[บ้าเอ้ย! ฉากโคลสอัพแบบนี้มาฉันแทบช็อตตาย]
[พี่เฉี่ยนรีบวิ่งเร็ว ๆ เลยยย!! ฉันไม่กล้าดูแล้ว!]
[เจ้าตัวใหญ่แบบนี้ ถึงพี่เฉี่ยนจะเก่งก็คงหาทางรับมือไม่ได้หรอกมั้ง]
[ใครก็ได้ช่วยทำให้ฉันสลบที!!]
ลูกน้องที่แบกฉือเฉี่ยนอยู่ตาถลนแล้วก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ฉือเฉี่ยนจำใจต้องเผชิญหน้ากับเส้นก๋วยเตี๋ยวสีทองก้อนนี้โดยตรง
“ฉันไม่สวยเหรอ?” เส้นก๋วยเตี๋ยวสีทองเงยหน้าอย่างภูมิใจ โชว์ลวดลายสีทองอันงดงามซับซ้อนบนตัว หางที่ผูกกระดิ่งรูปผีเสื้อส่งเสียงกริ๊งกริ๊ง
ถึงแม้ว่าพื้นผิวของกระดิ่งจะขึ้นสนิมไปแล้วก็เถอะ
ฉือเฉี่ยนไม่พูดอะไร มันก็ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก “ไม่สวยเหรอ?”
“ฉันไม่สวยจริง ๆ เหรอ?”
ฉือเฉี่ยนรู้สึกพูดไม่ออก นี่มันเส้นก๋วยเตี๋ยวหลงตัวเองมาจากไหนกันเนี่ย
ไม่ได้คุยกับใครมานานจนเก็บกลั้นปัญหาจนสมองพังไปแล้วรึไง?
“เธอสวยนะ แค่สวยไม่ค่อยชัดเจนเท่านั้นแหละ” ฉือเฉี่ยนพูด “แล้วก็ เธอช่วยห่างฉันไปหน่อยได้ไหม? ฉันขี้อายนะเนี่ย”
“เธอยังไม่ชอบฉันอีกเหรอ?” เส้นก๋วยเตี๋ยวสีทองไม่พอใจ เอาปลายหางยื่นมาใกล้หน้าเธอ “เธอลองจับดูสิ”
