"ฉันอยู่ที่ตระกูลกู้มาตั้งนาน ความรู้สึก 15 ปีจะให้ตัดขาดง่าย ๆ ได้ยังไง? แต่ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาไม่เคยเห็นฉันเป็นคน พอหาลูกสาวแท้ ๆ เจอ ก็ร้อนรนจะเตะฉันออก!"
"ฉันไม่เชื่อฟ้าลิขิต อยากให้โอกาสพวกเขาอีกครั้ง ก็ยังทำให้ฉันผิดหวังอีก ฉันว่าฉันอยู่ตระกูลกู้ต่อไปก็ไร้ความหมาย แต่อย่างน้อยฉันก็ยังมีครอบครัวที่แท้จริง!"
"พวกคุณนี่แหละคือแสงสว่างของฉัน!"
คำพูดของฉือเฉี่ยนฟังดูจริงจังและซาบซึ้งจนใคร ๆ ก็อดใจสั่นไม่ได้
ฉือมู่เจ๋อไม่เข้าใจมุกนี้ แต่เห็นเธอตาแดงแล้วอยู่ ๆ ก็รู้สึกจิตใจไม่ค่อยดี
ฉือเฉี่ยนอยู่กับตระกูลกู้มานานกว่าสิบปี จู่ ๆ เจอความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงเรื่องชาติกำเนิด ช่วงแรก ๆ ทำใจไม่ได้ก็เป็นธรรมดา
บางทีเขาควรสืบดูว่าตระกูลกู้ทำกับเธอยังไงถึงได้ไม่เห็นเธอเป็นคน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉือมู่เจ๋อพาฉือเฉี่ยนไปที่คอนโดแห่งหนึ่งใต้ชื่อของเขา
หน้าต่างกระจกสูง รับแสงสว่างจ้า ทั้งที่ดูสะอาดสะอ้าน การจัดวางและตกแต่งให้กลิ่นอายสไตล์นอร์ดิก มองแล้วก็โปร่งโล่ง
"คืนนี้เธอพักที่นี่ก่อน"
"คืนนี้?"
"พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปหาคุณตา ฉันต้องไปทำงานต่างเมือง ไม่มีเวลาดูแลเธอ"
ฉือเฉี่ยนสงสัย ถามว่า "คุณน้า คุณตาแกเป็นคนยังไงเหรอ?"
"เดี๋ยวเจอแกก็รู้เอง แต่ต่อหน้าแกเธอควรสงบเสงี่ยมหน่อย แกไม่ชอบคนเสียงดังไร้มารยาท" ฉือมู่เจ๋อเตือนเธอ
ในหัวฉือเฉี่ยนนึกภาพตาแก่ขรึมหลังเกษียณขึ้นมา พยักหน้ารับอย่างจริงจัง "หนูจะเรียบร้อยแน่"
"แล้วคุณน้ารองคนอื่น ๆ ล่ะ? พวกเขาทำอะไรกันบ้าง?"
"น้าสองเปิดร้านค้า น้าสามเป็นตัวประกอบหนัง น้าสี่ไปขุดผักป่าที่เมืองนอก น้าห้าขันสกรูอยู่ในโรงงาน" ฉือมู่เจ๋อตั้งใจพูดเพื่อดูปฏิกิริยาฉือเฉี่ยน
เธอจะยังทำเหมือนที่ผ่าน ๆ มาไหม พอได้ยินว่าพวกเขาเป็นญาติยากจน ก็แสดงสีหน้ารังเกียจเหยียดหยาม
แต่ฉือเฉี่ยนกลับส่งสายตาเห็นใจ "คุณน้าที่ขุดผักป่านี่เป็นเพื่อนร่วมงานกับหวังเป่าเชวียนเหรอคะ?"
"อะไรนะ?"
"เปล่า ๆ" นี่ไม่ใช่เรื่องควรพูด
สีหน้าฉือมู่เจ๋อผ่อนคลาย หยิบมือถือออกมา "เรามาแลกไลน์กัน เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อง่ายขึ้น แต่ปกติฉันยุ่งมาก ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญจริง ๆ ก็อย่ารบกวนฉัน"
รับฉือเฉี่ยนกลับมาก็เรื่องหนึ่ง แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะรู้สึกรักใคร่หลานสาวคนนี้ขึ้นมา
ก็แค่ทำตามหน้าที่
ฉือเฉี่ยนสแกนแอดไลน์เขา
ฉือมู่เจ๋อกดดูข้อมูลยืนยัน ชะงักไปสองวินาที "เธอชื่อ เต่าเขียว? รูปโปรไฟล์ก็เป็นเต่าเขียวอีก?"
นี่มันชื่อกับรูปที่เด็กผู้หญิงเขาจะใช้กันหรือ?
ฉือเฉี่ยนยืนยันหนักแน่น "คุณน้าว่าไงล่ะ ชื่อกับรูปนี้เหมาะกับหนูมากเลยใช่มั้ย? หนูอยากเป็นเหมือนเต่า เปลือกแข็งกัดไม่เข้า อายุยืนยาว เอาไปไว้ในบ่อก็ใช้ขอพรได้"
ฉือมู่เจ๋อหนังตากระตุก ในโลกนี้จะมีใครอยากเป็นเหมือนอ๋อง... เต่ากัน?
เขากดรับคำขอเป็นเพื่อน ข้อความแรกที่ส่งมาก็คือการโอนเงิน
"ต่อไปฉันจะโอนเงินค่าใช้จ่ายให้เป็นรายเดือน ถ้าไม่พอก็บอก"
ฉือเฉี่ยนเห็นตัวเลขแล้วน้ำตาคลอ "คุณน้าคะ ต่อไปให้หนูไปทางไหน หนูจะไปทางนั้น! ให้หนูเลี้ยงหมู หนูไม่ขี่วัวแน่!"
มีเงินนี่แหละพระเจ้า!
ตอนนี้สิ่งที่เธอขาดที่สุดก็คือเงิน!
คุณน้าใจกว้างจริง ๆ!
ภาพซาบซึ้งของเธอมันโอเว่อร์ไปหน่อย ฉือมู่เจ๋อแสดงความสงสัย "หรือว่าตระกูลกู้ไม่ให้เงินค่าขนมเธอเลย?"
"ปีใหม่แต่ละปีหนูจะได้ไม่กี่ร้อย ปกติแทบจะไม่มีให้เลย"
ฉือมู่เจ๋อพูดไม่ออก กู้ฮว่าได้เงินค่าขนมเดือนหนึ่งยังมากกว่านี้อีก
ฉือเฉี่ยนโดนตระกูลกู้ปฏิบัติแบบนี้?
แล้วที่เธอยื้อจะอยู่ตระกูลกู้ ที่แท้ก็เพราะรักและเสียดายอย่างที่พูดจริง ๆ หรือ?
ฉือเฉี่ยนซาบซึ้งจริง ๆ เลยนะ ตระกูลกู้นี่ทำตัวไม่สมเป็นคน กับเธอแล้วขี้เหนียวไม่ยอมจ่ายแม้แต่สตางค์เดียว
ส่วนคุณน้าที่เพิ่งรู้จักกันแค่โอนเงินให้ครั้งเดียว ยังมากกว่าพวกเขารวมกันอีก!
"คุณน้า" ฉือเฉี่ยนเอามือถือแนบอก ทำท่าเหมือนประกาศปฏิญาณ "วางใจได้ หนูจะตอบแทนคุณ ต่อไปหนูจะเลี้ยงดูจนแก่และส่งให้ถึงที่สุดแน่!"
ฉือมู่เจ๋อ "..." นี่แน่ใจนะว่าไม่ใช่การแก้แค้น?
"เหมียว~" เสียงแมวร้องมาจากใต้โซฟา
ฉือเฉี่ยนเห็นน่องไก่สีส้มน้ำเดินได้ตัวหนึ่งคลานออกมา น้ำลายเกือบไหล หมอบลงลูบ
"คุณน้า นี่เลี้ยงน่องไก่... แมวเหรอ?"
ฉือมู่เจ๋อตอบเรียบ ๆ "เพื่อนฝากไว้ก่อน พรุ่งนี้ต้องส่งคืน"
ฉือเฉี่ยนจ้องน่องไก่ตัวนั้นอยู่หลายวิ "งั้นคุณน้าบอกเพื่อนด้วยนะ ให้ใส่รองเท้าบนพื้นให้น้อยลง แมวมันรังเกียจกลิ่นเท้าเจ้าของ"
ฉือมู่เจ๋อแปลกใจ "เธอรู้ได้ยังไง?"
"เจ้าแมวก็คิดแบบนี้แหละ" ฉือเฉี่ยนพูดเป็นมั่นใจ
ฉือมู่เจ๋อว่าเธอพูดออกแนวเด็ก ๆ ก็เลยยิ้ม "หรือว่าเธออ่านใจแมวได้?"
"อืมม"
ฉือมู่เจ๋อเงียบไปหลายอึดใจ "ฉือเฉี่ยน เมื่อก่อนเธออยู่ตระกูลกู้ ชอบคุยกับสัตว์บ่อยเหรอ?"
"ใช่ ๆ! พวกมันชอบพาหนูไปกินแตงกวา!" แตงกวาสดใหม่หอมฉุยทั้งนั้น!
อย่างเช่นวันหนึ่งตอนคุณนายกู้ไม่อยู่บ้าน ประธานกู้ดึงเลขาที่มาเซ็นเอกสารเข้าไปในห้องลองเสื้อพลิกเมฆาย้อนจันทร์ ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ แถมยังถูกแมวจรที่เดินผ่านหน้าต่างเห็นเข้า
แมวจร: ฉันก็ไม่ได้เถื่อนเท่าพวกนั้นหรอก
ฉือมู่เจ๋อยิ่งเงียบหนักกว่าเดิม
เขาได้ยินมาว่า ถ้าใครเริ่มพูดกับสัตว์กับต้นไม้ ก็ยังไม่น่าห่วง
แต่ถ้าสิ่งเหล่านั้นเริ่มตอบคนคนนั้น นั่นสิเรื่องใหญ่
ก่อนหน้านี้เขาแค่สงสัยว่าฉือเฉี่ยนถูกกลั่นแกล้งที่ตระกูลกู้ ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเธอถูกทำร้ายจิตใจ
ฉือเฉี่ยนก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตาค้าง
"คุณน้า หนูไม่ได้โกหก" ฉือเฉี่ยนชี้ไปที่แมวในอ้อมอกเขา
"แมวตัวนี้ยังบอกอีกว่า ตอนคุณน้าไม่อยู่บ้าน มีผู้ชายใส่แว่นคนหนึ่งมาแอบเอาเอกสารในห้องไป ทำท่าทางไม่หวังดี"
"...แมวมันยังรู้จักพูดสำนวนเป็นด้วย?"
"แมวตัวนี้บอกว่ามันจบจากมหาวิทยาลัยเป่ยต้า" ภูมิหลังแบบนี้ในวงการสัตว์เลี้ยงนี่ถือว่าแจ้งเกิดสุด ๆ เลย
ฉือมู่เจ๋อกระตุกมุมปาก ตัดสินใจไม่เถียงต่อ สภาพจิตใจของเธอคงมีปัญหาเข้าแล้ว
แต่ที่เธอว่าผู้ชายใส่แว่น อาจจะเป็นผู้ช่วยชั่วคราวของเขาก็ได้ แต่เขาจำไม่ได้ว่าเคยเรียกคนนั้นมาบ้านเพื่อเอาเอกสารอะไร
"แมวตัวนี้เห็นผู้ชายใส่แว่นมาที่นี่จริง ๆ หรือ?"
ถามประโยคนี้ออกไป ฉือมู่เจ๋อก็รู้สึกว่าตัวเองคงโดนความผิดปกติของฉือเฉี่ยนส่งผลแล้ว ถึงเชื่อคำพูดเพ้อเจ้อของเธอ
ฉือเฉี่ยนกอดแมวอ้วนในอ้อมกอด แล้วผงกหัวแรง ๆ "ที่คางเขามีไฝดำด้วย คุณน้าต้องระวังคนนี้ไว้นะ"
สีหน้าฉือมู่เจ๋อค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น
ผู้ช่วยชั่วคราวของเขามีไฝดำที่คางจริง ๆ
คนนี้เพิ่งมาบริษัทเมื่อสองวันก่อน ฉือเฉี่ยนไม่มีทางรู้จักเขา
ยังไงก็ตาม เพื่อความรอบคอบ ฉือมู่เจ๋อจึงโทรหาผู้ช่วยใหญ่ สั่งให้จับตาดูผู้ช่วยชั่วคราวคนนี้เป็นพิเศษ ถ้ามีอะไรผิดปกติให้จับตัวทันที
ถ้าเป็นจารชนธุรกิจจริง ๆ...
ฉือมู่เจ๋อมองฉือเฉี่ยน เธอกำลังซุบซิบกระซาบกับแมวตัวนั้น เหมือนกำลังคุยกันงึมงำ
ถ้าไม่ใช่เพราะถูกตระกูลกู้ทอดทิ้ง เธอจะมาพูดกับสัตว์เล็ก ๆ แบบถามเองตอบเองได้ยังไง?
ตระกูลฉือเลี้ยงดูกู้ฮว่ามาจนโต ตระกูลกู้ทำกับฉือเฉี่ยนแบบนี้?
ในใจฉือมู่เจ๋อมีความไม่พอใจวูบหนึ่ง