ห้องน้ำชั้นล่างมีขนาดไม่เล็กไปกว่าชั้นบนเท่าไรนัก นอกจากไม่มีอ่างอาบน้ำแล้ว การตกแต่งโทนสีเย็นด้วยสีดำ ขาว และเทาก็แทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง
ฉือม่อล็อกประตู ตั้งใจว่าจะหาอะไรสักอย่างมาขัดไว้ แต่พอหันไป กระจกบานใหญ่เต็มตัวก็สะท้อนภาพอันน่าเวทนาของเธอในตอนนี้
ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าแทบปกปิดร่างกายไม่มิด แค่แหวกคอเสื้อออกเล็กน้อย ก็เห็นรอยประปรายที่ลำคอ ไหปลาร้า หน้าอก กระทั่งด้านในต้นแขนและข้อมือ... ร่องรอยเหล่านั้นทำให้เรี่ยวแรงทั่วร่างของเธอเหือดหาย
ไร้ประโยชน์ ต่อให้ขัดประตูก็ไม่มีความหมาย
ฉือม่อรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง
เมื่อก่อนเธอดื่มเหล้าไม่เป็น เพิ่งลองดื่มครั้งแรกตอนเรียนจบมหาวิทยาลัย เบียร์แค่ครึ่งแก้วก็ทำให้เธอมึนหัว จนกวนอี้โจวเอาไปล้อ
ต่อมา... ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ปริมาณที่ดื่มได้กลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเบียร์ ไวน์ เหล้าฝรั่ง หรือแม้แต่เหล้าขาวดีกรีแรง ฉือม่อก็ดื่มได้หมด
กวนอี้โจวไม่กล้าล้อเธออีก เขาตั้งกฎว่าต่อไปดื่มได้แค่ที่บ้าน
หลังเลิกกับเขา ฉือม่อก็ไปดื่มที่บาร์เป็นครั้งแรก
แสงไฟหลากสีสันสาดส่อง เสียงดนตรีกลบเกลื่อนทุกอารมณ์ความรู้สึก เธอกุมแก้วพลางเข้าใจขึ้นมาในทันที
อ้อ ที่แท้เมื่อก่อนเขาชอบไปดื่มที่บาร์ ก็มีเหตุผลของเขาเหมือนกัน
มันมีความสุขจริง ๆ
ไม่ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะ ทุกอย่างล้วนเลือนหายไปพร้อมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์
น้ำอุ่นที่ลอยไอขาวไหลลงมาตามเส้นผมของฉือม่อ ส่งเสียงซู่ซ่าอยู่นาน กระทั่งเธอยื่นมือไปปิดก๊อก ถึงได้ยินเสียงพูดคุยจากด้านนอกขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“อุ๊ย เสี่ยวอวี้อาจจะยังไม่ตื่นก็ได้ เสี่ยวโจว นั่งรอสักครู่นะ ป้าจะไปเตรียมของกินให้”
“ไม่เป็นไรครับป้า ไม่ต้องลำบากเพราะผมหรอก เมื่อคืนดื่มไปเยอะอยู่ ผมขอนอนพักบนโซฟาสักหน่อยก่อนนะครับ”
“พวกเด็ก ๆ นี่นะ โตกันขนาดนี้แล้วยังดื่มกันหนักขนาดนี้อีก เอาละ งั้นป้าจะต้มแก้เมาค้างให้หน่อย... เธอนอนพักไปก่อนเถอะ”
ฉือม่อยังเช็ดน้ำบนตัวไม่ทันแห้ง ลมเย็นที่ลอดผ่านช่องประตูพัดเข้ามา ทำให้ร่างของเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว
กวนอี้โจว!
เขา... เขามาที่นี่ได้ยังไงกัน!
*
ซ่งหวยอวี้เช็ดผมพลางเดินลงบันได พอได้ยินเสียงดังมาจากในครัว ก็เอ่ยขึ้นตามปกติว่า “ป้าหวงครับ มีชุดกระโปรงอยู่ในห้องน้ำชั้นบน วันนี้ช่วยเอาไปซักแห้งให้ผมหน่อยนะครับ”
ป้าหวงโผล่หน้าออกมาจากครัว “เสี่ยวอวี้ ตื่นแล้วเหรอ? พอดีเลย เสี่ยวโจวมาหาน่ะ ป้ามาถึงก็เห็นเขากดกริ่งอยู่หน้าประตูแล้ว เอ๊ะ ว่าแต่กระโปรงอะไรนะ?”
ซ่งหวยอวี้ชะงักฝีเท้าบนบันได แววตาฉายความหม่นหมองขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายังไม่ทันได้ตอบ เสียงของกวนอี้โจวก็ดังมาจากห้องนั่งเล่นเสียก่อน
“โอ้โห คุณชายในที่สุดก็ตื่นแล้วสินะ”
ซ่งหวยอวี้พาดผ้าเช็ดตัวไว้บนบ่า เดินผ่านห้องน้ำชั้นล่างพลางเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะก้าวฉับ ๆ เข้าไปในห้องนั่งเล่น
“มาทำไมแต่เช้า มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
เห็นได้ชัดว่ากวนอี้โจวยังสร่างเมาไม่เต็มที่ เขาหรี่ตาพิงตัวอยู่กับโซฟา กวาดตามองซ่งหวยอวี้ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วขมวดคิ้ว “นี่นาย... เกิดอะไรขึ้น?”
พูดพลางชี้ไปที่รอยจูบบนลำคอของซ่งหวยอวี้
แม้จะจางมาก แต่ผิวของซ่งหวยอวี้ขาวเกินไป พอโดนแสงแดดยามเช้าส่องจึงเห็นชัดเป็นพิเศษ
“อะไรเกิดอะไรขึ้น” ซ่งหวยอวี้ตอบส่ง ๆ เหมือนทุกที โดยไม่คิดจะอธิบาย
“ชิ~” กวนอี้โจวกลอกตา “ฉันนึกว่าหลายปีมานี้ที่นายไม่คบใคร เพราะเลิกเจ้าชู้แล้วซะอีก ว่าแต่ผู้หญิงแบบไหนกันที่ทำให้นายถึงกับต้องซักกระโปรงให้?”
“......” ซ่งหวยอวี้ปรายตามองเขา “ตกลงมาทำอะไร?”
“มานอน” กวนอี้โจวไม่คิดปิดบัง “บ้านเงียบเกินไป ฉันนอนคนเดียวไม่หลับ”
“...แล้วมาทำอะไรที่บ้านฉัน?”
“ก็บอกว่ามานอนไง สวี่อี้เฉิงกับยวนซืออวี่ไปทำงานแล้ว ส่วนนายก็ไม่ต้องไปทำงาน ฉันไม่มาหานายแล้วจะไปหาใคร?”
ซ่งหวยอวี้ไม่พูดอะไร จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นแล้วเดินกลับขึ้นไปชั้นบน
กวนอี้โจวมองตามอย่างงุนงง ก่อนจะเอนตัวลงนอนอีกครั้งเพราะหัวหนักอึ้ง เขาเพิ่มเสียงถามว่า “จะไปไหนน่ะ ซ่งหวยอวี้! ซ่งหวยอวี้!”
น้ำเสียงของเขายังเจือความเมา เสียงดังชัดแจ๋วเข้ามาในห้องน้ำทีละคำ
ฉือม่อพิงกำแพงตัวสั่นงันงก พลางด่าตัวเองในใจว่าไม่ได้เรื่อง
ทั้งที่เลิกกันไปแล้ว ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน ทำไมตอนนี้เธอถึงไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว...
ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พอก้มหน้าลง น้ำตาสองหยดก็ร่วงกระทบพื้น... ยังไม่ทันตั้งตัว ประตูห้องน้ำก็ถูกใครบางคนเปิดออกอย่างรวดเร็ว แล้วปิดลงทันที
แกร๊ก ประตูล็อก
ฉือม่อตกใจจนเบิกตากว้าง
คนที่เข้ามาคือซ่งหวยอวี้
ในมือเขาถือเสื้อผ้าของตัวเองมาชุดหนึ่ง เดิมทีแววตาที่มองเธอตอนก้าวเข้ามายังฉายความกังวลอยู่บ้าง แต่พอเห็นน้ำตาของฉือม่อ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
ไอน้ำที่ยังไม่จางหายไปจากห้องน้ำผสมกับแสงสีเหลืองหม่นเหนือศีรษะ ทำให้แววตาคู่นั้นดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ซ่งหวยอวี้เอียงศีรษะ กวาดตามองฉือม่อตั้งแต่หัวจรดเท้า
ฉือม่อขมวดคิ้ว ไม่กล้าพูดอะไร
เธอยกมือชี้ไปทางประตูด้านนอก ราวกับถามเขาว่า จะทำยังไงดี?
ซ่งหวยอวี้หัวเราะเย็นชา วางเสื้อผ้าชุดนั้นลงบนอ่างล้างหน้า แล้วค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหา
ฉือม่อถอยจนไม่มีทางให้ถอยอีก ได้แต่ส่ายหน้าใส่เขาอย่างร้อนรน
ใครจะคิดว่าซ่งหวยอวี้จะเดินเข้ามาคว้าเอวเธอไว้ทันที “ฉือม่อ ไม่อยากออกไปให้เขาดูหน่อยหรือไง?”
เขากระซิบถามข้างหูเธอ
“คุณบ้าไปแล้วหรือไง?” ฉือม่อลดเสียงลงไปอีก เพื่อให้เขาได้ยิน เธอจึงจำต้องเขย่งปลายเท้าเข้าไปกระซิบข้างหูซ่งหวยอวี้ “รีบคิดหาทางไล่เขาไปเร็วเข้า!”
ซ่งหวยอวี้แค่นหัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่ทำหรอก”
“ฉันขอร้องล่ะ ซ่งหวยอวี้ ฉันขอร้อง...”
“จะขอยังไง?”
ฉือม่อไม่รู้
เพราะเธอไม่เคยขอร้องซ่งหวยอวี้มาก่อน
เธอยังแทบไม่เคยพูดกับเขาสักกี่คำ ใครจะไปรู้ว่าคนอย่างเขาต้องขอร้องยังไง!
“....แล้วคุณอยากให้ฉันขอยังไง?”
ซ่งหวยอวี้เลิกคิ้ว เอียงหน้ามองเธอ “จูบฉันสักที”
อะไรนะ? ง่ายแค่นี้เองเหรอ?
ฉือม่อรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อย
“แค่จูบทีเดียว?”
“ถ้าอยากจูบหลายทีก็ไม่ขัดข้อง”
“จูบ ฉันจูบ”
ก็แค่จูบทีเดียวไม่ใช่หรือไง ทำกันไปแล้ว เธอยังจะกลัวอะไรอีก?
ฉือม่อจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย โน้มเข้าไปจูบแก้มซ่งหวยอวี้หนึ่งทีทันที
เธอนี่ก็เก่งไม่เบาเลยจริง ๆ
สิบปีผ่านไป ในที่สุดก็ได้จูบซ่งหวยอวี้
ต่อให้ย้อนเวลากลับไปบอกตัวเองเรื่องนี้ เธอก็ไม่มีทางเชื่อแน่ ๆ
แต่ซ่งหวยอวี้กลับยังไม่พอใจ
เขาเบือนหน้า มือข้างหนึ่งประคองแก้มฉือม่อ อีกข้างโอบเอวไว้ ก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างแม่นยำไร้ที่ติ
