br /> ตอนที่ฉันเรียนมัธยมต้น พ่อของฉันนอกใจไปมีชู้กับผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลของน้องสาวฉัน
ตอนที่กางเกงของพวกเขาหล่นลงมาถึงข้อเท้า และถูกผู้ปกครองหลายคนล้อมจับได้ในห้องทำงาน เด็ก ๆ ข้างนอกกำลังร้องเพลงเสียงดังว่า ผู้อำนวยการของเราเหมือนแม่
หลังจากนั้นแม่ของฉันก็ร้องเรียนไม่หยุด โรงเรียนอนุบาลถูกสั่งปิดโดยบังคับ
แต่พ่อของฉันกลับบอกว่า เขาจะรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และยังคงคบชู้กับผู้อำนวยการต่อไป
ในที่สุด พ่อกับแม่ก็หย่ากัน
แม่ของฉันเอาทรัพย์สินไปมากกว่าครึ่ง แถมยังพาน้องสาวของฉันไปด้วย โดยไม่หันหลังกลับมามองเลย
ครอบครัวสี่คนที่เคยอบอุ่น
ก็แตกสลายไปแบบนี้!
เมื่อเห็นพ่อแม่ของคนอื่นจับมือกันด้วยความรัก ดวงตาของฉันก็แสบร้อนจนทรมาน
เมื่อเห็นเด็กผู้หญิงวัยห้าหกขวบ ก็จะนึกถึงน้องสาวที่น่ารัก
ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น แต่ก็หมดหนทางที่จะเปลี่ยนแปลง
หลังพ่อแม่หย่ากันไม่กี่วัน พ่อของฉันก็รีบร้อนพาตัวผู้อำนวยการอนุบาลเข้ามาอยู่ในบ้าน
ที่มากับผู้หญิงคนนี้ ก็มีลูกสาวของเธอด้วย
นับจากนั้น ฉันก็มีแม่เลี้ยง
และมีพี่สาวที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันเพิ่มขึ้นมาอีกคน
ก็ยังเป็นครอบครัวสี่คน!
แม่เลี้ยงชื่อสวีลี่
อายุสามสิบกว่า แต่ดูเหมือนยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด หน้าตางดงาม และแต่งตัวเก่งมาก
เธอใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กระโปรงดำทรงแคบ ถุงน่องสีเนื้อกับรองเท้าส้นสูง ใส่แว่นตากรอบดำอีก ทำให้ดูเหมือนเลขาสาวในออฟฟิศ
มีครั้งหนึ่งพ่อของฉันเมาแล้วกดสวีลี่ลงบนโซฟา ระบายความในใจออกมา
ฉันถึงได้รู้ว่า เธอกับพ่อของฉันเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมต้น
เธอเป็นรักในฝันที่พ่อของฉันคลั่งไคล้อย่างบ้าคลั่งในตอนนั้น
ลูกสาวของสวีลี่ชื่อฟู่เสี่ยวหย่า
อายุมากกว่าฉันหนึ่งปี เป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนมัธยมต้นที่อยู่สูงกว่าฉันหนึ่งชั้น
เธอเป็นสาวแล้ว หน้าอกตูม บั้นท้ายก็เด้ง สืบทอดพันธุกรรมของสวีลี่ ไม่เพียงแต่สูงสง่างามน่ามอง แต่ดวงตาคู่ใหญ่ยังฉ่ำเยิ้มราวกับมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่เสมอ
ฟู่เสี่ยวหย่าเป็นดอกไม้ประจำโรงเรียนที่หยิ่งยโส เด็กผู้ชายในโรงเรียนเราแอบชอบเธอกันหลายคน
แต่เธอกลับเล่นเฉพาะกับผู้ชายที่ทั้งร้าย ทั้งหล่อ และมีเงิน ส่วนพวกเด็กเรียนอย่างเราก็เป็นได้แค่อากาศ
"พี่!"
ตอนนั้นฉันเห็นฟู่เสี่ยวหย่าก็ตื่นเต้นดีใจมาก ปากมันเผลอร้องออกไปเอง
เธอยิ้มให้ฉัน ทักทายอย่างสนิทสนมให้ขึ้นไปชั้นบน มาที่ห้องของฉัน
หัวใจฉันเต้นแรง ความคิดเพ้อฝันมากมายแล่นเข้ามาในหัว
แต่ตอนที่ประตูปิดลง ฟู่เสี่ยวหย่าก็เปลี่ยนสีหน้าทันที กอดอกมองฉันจากที่สูง น่าชิงชัง!
"โจวเหยียน จำใส่หัวไว้เลยนะ ข้างนอกอย่าเรียกฉันว่าพี่ ถ้าแกกล้าเปิดเผยความสัมพันธ์ของเรา ฉันจะหาใครมาซ้อมแกให้เละเลย"
"ห้ามเข้าห้องฉัน แล้วก็ห้ามนั่งกินข้าวใกล้ฉันด้วย"
"ดูหน้าแกสิ น่าขยะแขยงเหมือนคางคก แถมตัวยังเหม็นเปรี้ยวอีก ไม่รู้จักอาบน้ำบ้างรึไง"
ฟู่เสี่ยวหย่าเกลียดฉันเข้าไส้ ดูถูกเหยียดหยามอย่างไร้ความปรานี
จิตใจของฉันดิ่งลงเหวทันที เผลอเอามือลูบหน้าตัวเอง ก็แค่สิววัยรุ่นไม่กี่เม็ด
ภายนอก ฟู่เสี่ยวหย่าเป็นเด็กดี มักจะอยู่ข้างพ่อของฉัน เรียกพ่อเสียสนิทปาก
พ่อของฉันดีใจจนปากฉีกถึงใบหู มักจะยัดเงินให้เธอบ่อย ๆ
แววตาที่เอ็นดูนั้น ราวกับว่าเป็นลูกสาวแท้ ๆ ที่พลัดพรากจากกันมานาน
ฟู่เสี่ยวหย่าแค่เสแสร้งทั้งนั้น เธอเกลียดพ่อของฉันมากกว่าเสียอีก
ฉันเจอข้อความที่เธอประเมินพ่อของฉันบนกระดาษที่เธอขีดเขียนเล่น: ผู้ชายหัวหมูชวนคลื่นไส้ มีเงินสกปรกนิดหน่อย ทำไมยังไม่ตายอีกล่ะ?
ยังบอกอีกว่าแม่ของเธอเป็นดอกไม้ที่ถูกเสียบลงบนขี้หมู
เทียบกับฟู่เสี่ยวหย่าแล้ว สวีลี่ดูสง่างาม อ่อนโยน มีเหตุผล และดีกับฉันมาก
เห็นสิวขึ้นบนหน้าฉัน ก็ต้มน้ำหวงเหลียนมาให้ บอกว่าช่วยระบายความร้อน ลดไฟในร่างกาย ทำให้สิวหาย
ฉันจิบไปสองคำ ฝาดขมจนน้ำตาไหล
สวีลี่ไปขอโทษพ่อของฉันด้วยท่าทีหวาดกลัว ว่าเธอทำไม่ดีพอ ยังไงก็ไม่ใช่แม่แท้ ๆ เด็กเลยมีอารมณ์ต่อต้าน
พ่อของฉัน ระเบิดขึ้น!
กระโจนเข้ามาจับฉันแล้วก็ตี ด่าไม่รู้จักบุญคุณ แถมยังไล่ฉันให้ไปให้พ้น
สวีลี่ยืนห้ามอยู่ข้าง ๆ ยิ่งเธอขอโทษอย่างระมัดระวัง พ่อของฉันก็ยิ่งโมโหรุนแรง มองแววตาดุร้ายนั้น ราวกับอยากจะฆ่าฉันด้วยมีด
ฉันกุมหน้าที่บวมแดงหลบเข้าไปในห้อง เสียใจอย่างที่สุด หัวใจก็เย็นชืดไปหมด
ฉันเกลียดคู่แม่ลูกนี้จับใจ สู้แผนร้ายของพวกเธอไม่ได้เลย
แล้วก็เกลียดพ่อของฉันด้วย
เห็นท่าทางหลงเสน่ห์ผู้หญิง ป่าเถื่อนไร้สมองนั่น ก็รู้สึกชิงชังยิ่งนัก
ฉันยิ่งเกลียดความขี้ขลาดของตัวเอง ที่ไม่กล้าถือมีดไปต่อกรกับพวกเขา
วันเวลาต่อมา พ่อของฉันออกแต่เช้ากลับค่ำ หัวเราะพูดคุยกับคู่แม่ลูกนี้อย่างมีความสุข
ส่วนฉันที่เงียบเซ่อ กลับเหมือนคนนอก เข้ากับครอบครัวนี้ไม่ได้เลย
ฉันใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังอย่างมาก ทุกวันขยันเรียนอย่างหนัก หวังเพียงว่าสักวันจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แล้วจะได้หนีพ้นจากคู่แม่ลูกนี้ และหนีพ้นจากบ้านหลังนี้ไปด้วย
ทว่าท่าทีของฟู่เสี่ยวหย่าที่มีต่อฉัน กลับยิ่งพลการไร้ความเกรงใจมากขึ้น
เธอไม่ให้ฉันเข้าห้องของเธอ แต่กลับเข้าออกห้องของฉันตามอำเภอใจ ค้นเจอเงินทอนของฉันก็ถือวิสาสะเอาไป
แถมยังวาดรูปเต่าบนการบ้านฉัน ทำให้ฉันต้องเขียนใหม่ทั้งหมด
เราไม่เคยไปโรงเรียนด้วยกันเลย เจอกันในโรงเรียนก็ไม่พูดไม่จา
มีอยู่สองครั้ง พวกเด็กก๋าจ๊อยดักฉัน ตบหน้าฉันไม่ยั้งมือ แล้วยังถ่มน้ำลายใส่ฉันอีก
ฉันเชื่อแน่ว่าเป็นฟู่เสี่ยวหย่าที่เสี้ยมสอน ความรังเกียจที่มีต่อเธอจึงพอกพูนขึ้นทุกวัน
บรรยากาศชีวิตช่างอัดอั้นยิ่งนัก ในความงุนงงสับสน ฉันก็ขึ้นชั้นมัธยมปลายปีสามในที่สุด
ผลการเรียนของฉันสอบได้ที่หนึ่งมาโดยตลอด ดีทั้งคุณธรรมและวิชาความรู้ เกียรติบัตรที่ได้แปะเต็มผนังไปครึ่งห้อง
ตรงกันข้าม ฟู่เสี่ยวหย่ามีผลการเรียนรั้งท้าย จบมัธยมปลายก่อนกำหนด กลายเป็นคนว่างงาน
ฟู่เสี่ยวหย่าในวัยสิบเก้ากลับยิ่งสวยขึ้น รูปร่างไม่ด้อยไปกว่าแม่ของเธอเลย แถมบางมุมยังเกินจริงยิ่งกว่า เป็นผู้ชายล้วนอยากหันมามองอีกหลายตา
เธอแต่งหน้าจัดเต็มทั้งวัน สวมใส่แต่ของแบรนด์เนม แต่งตัวด้วยถุงน่องดำกับรองเท้าส้นสูงออกไปเที่ยวนอกบ้าน
เล่นสนิทสนมกับพวกอันธพาลในอำเภอ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ร้องคาราโอเกะ เต้นในผับ มักจะกลับมาตอนดึก
ได้ยินว่าเธอสนิทกับพี่หลง หัวหน้าอันธพาลแถวนี้มาก พี่หลงมักจะพาคนไปดักหน้านักเรียนที่หน้าโรงเรียนเพื่อรีดเงิน ถ้าไม่ให้ก็ทำร้าย
การกระทำที่ปล่อยตัวตามสบายของฟู่เสี่ยวหย่า ทำให้พ่อของฉันและแม่ของเธอไม่พอใจอย่างมาก
ในฐานะพ่อแม่ ย่อมไม่อยากให้เธอกลายเป็นเด็กไม่ดี เป็นขยะของสังคมชั้นล่าง การอบรมสั่งสอนจึงมากขึ้นตามไปด้วย
ฟู่เสี่ยวหย่าขอซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่ แต่ไม่ได้รับอนุมัติ
โทสะทั้งมวลจึงระบายมาที่ฉัน ตบหน้าฉันไม่ยั้งมือหลายครั้ง ประกาศกร้าวว่าจะต้องไล่ฉันออกจากบ้านให้ได้ ทรัพย์สมบัติในบ้านต้องตกเป็นของเธอ
ฉันทน!
ไม่กล้าไปมีเรื่องกับเธอ
วันนี้
จู่ ๆ ฉันก็พบว่าอัลบั้มรูปที่ซ่อนไว้ในปลอกหมอนหายไป
ในนั้นมีรูปของแม่กับน้องสาวของฉันหลายรูป ฉันไม่อยากลืมหน้าตาพวกเธอ มักจะหยิบออกมาดูตอนดึก ๆ อยู่เสมอ
อัลบั้มรูปสำคัญกับฉันมาก มันบันทึกช่วงเวลาที่เคยงดงาม
มีแค่ฟู่เสี่ยวหย่าที่เข้าห้องฉันบ่อย ๆ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคงถูกเธอเอาไปแน่ ๆ
ตอนนั้น สวีลี่กำลังทำอาหารเย็นในครัว ฟู่เสี่ยวหย่าก็ไม่อยู่บ้าน
ฉันแอบย่องเข้าไปในห้องของฟู่เสี่ยวหย่า เปิดหาอย่างระมัดระวัง
เครื่องสำอางของเธอช่างเยอะจริง ๆ มีให้เลือกมากมาย ลิปสติกก็มีเป็นชุด ดินสอเขียนคิ้วก็มีเป็นสิบ ๆ แท่ง
ในตู้ไม่ได้แขวนแค่เสื้อผ้าสวย ๆ แต่ยังมีถุงน่องสีสันและสไตล์ต่าง ๆ รวมถึงกางเกงในลูกไม้ด้วย
ดูแม่แล้วเห็นลูก ฟู่เสี่ยวหย่าก็เหมือนกับแม่ของเธอจริง ๆ ไม่ใช่ของดีของแท้
ทันใดนั้น
ฉันได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูง ฟู่เสี่ยวหย่ากลับมาแล้ว
ใจฉันเต้นรัว รีบมุดเข้าไปใต้เตียง กลั้นหายใจไม่ส่งเสียง
ฟู่เสี่ยวหย่าเปิดประตูเข้ามา นั่งลงบนโซฟาเล็กที่ไม่ไกลจากขอบเตียง ปากบ่นพึมพำ อารมณ์เสียสุดขีด
จากมุมของฉัน มองเห็นเรียวขาในถุงน่อง และรองเท้าส้นสูงหัวแหลมหนังมันของเธอพอดี
เธอถลกถุงน่องทิ้ง ยกขาขึ้นข้างหนึ่ง เริ่มทายาทาเล็บสีแดง
ตอนนั้นฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง ดวงตาจ้องเขม็งไม่ยอมกะพริบ จับจ้องไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ กับลูกไม้สีแดงผืนหนึ่ง