โดนตบไปหนึ่งฉาด จ้าวม่ายชุนก็สงบปากสงบคำลง
แต่ดวงตาคู่นั้นยังคอยถลึงมองสวี่จือโย่วเป็นระยะ
ตอนนี้สวี่จือโย่วกำลังจัดการเรื่องสำคัญ จึงไม่ได้ใส่ใจอีกฝ่ายนัก
เอกสารแยกบ้านถูกเขียนขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้สายตาของทุกคน
เจียงเจี้ยนกั๋วอ่านหนังสือออก แต่เขียนไม่ค่อยเก่ง ทั้งยังไม่ยอมรับสวี่จือโย่ว ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านเฉินจึงลงมือเขียนให้ด้วยตัวเอง
เมื่อผู้ใหญ่บ้านเฉินเป็นคนจัดการเอง เจียงเจี้ยนกั๋วก็คิดจะเล่นลูกไม้อะไรไม่ได้
ตอนผู้ใหญ่บ้านเฉินเขียนตามที่สวี่จือโย่วบอกว่าพวกเขาต้องย้ายออกจากบ้านเก่า เจียงจินเป่ายังคิดจะคัดค้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดก็ถูกสวี่จือโย่วตบเข้าให้หนึ่งฉาด
“ฉันอยากตบแกมานานแล้ว! อายุสิบแปดแล้วยังเรียนอยู่ชั้นประถมห้าทั้งที แค่เขียนเอกสารแยกบ้านยังเขียนไม่เป็น จะเลี้ยงแกไว้ทำไม!”
เจียงจินเป่ากุมแก้ม ดวงตาคู่หนึ่งจ้องสวี่จือโย่วอย่างเคียดแค้น
สวี่จือโย่วแค่นเสียงในลำคอ เมื่อใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว เธอก็ไม่คิดจะแสร้งทำอีก ยกมือขึ้นตบเขาอีกฉาด
“ยังกล้าถลึงตาใส่ฉันอีกเหรอ! ที่ฉันพูดผิดตรงไหน! เงินที่แกใช้เรียนก็เป็นพี่ชายแกออกให้ทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นแกจะได้เรียนอยู่ชั้นประถมห้ามาตลอดหรือไง!”
“โง่อย่างแก ต่อให้ใครในกองการผลิตมาเรียนแทน ป่านนี้ก็คงได้ดีไปแล้ว! นอกจากจะผลาญเงินที่บ้าน ยังผลาญอาหาร อยู่บ้านก็เอาแต่กินกับขี้เกียจ ไม่ทำอะไรสักอย่าง ตอนนี้พี่ชายแกบาดเจ็บ คนที่ร้องเสียงดังที่สุดก็เป็นไอ้ขยะที่เอาแต่กินเอาแต่หยิบอย่างแกนี่แหละ!”
หลังตบไปสองฉาด ปากของสวี่จือโย่วก็รัวเป็นชุดราวกับปืนกล เจียงจินเป่าถูกด่าจนไม่มีโอกาสได้อ้าปากแม้แต่น้อย
ระหว่างนั้นผู้ใหญ่บ้านเฉินก็เขียนเอกสารแยกบ้านจนเสร็จ โดยไม่วอกแวกเลยสักนิด
