ในเวลาเพียงสั้น ๆ เสิ่นอี้ก็หาทิศทางที่เหมาะจะฝ่าวงล้อมได้แล้ว
ด้านซ้ายอยู่ติดกับห้องครัว พื้นที่แคบจนวางคนได้ไม่มากนัก ส่วนด้านนอกกำแพงลานตรงนั้นเป็นตรอกเล็ก ๆ จึงช่วยให้หลีกเลี่ยงการพุ่งออกสู่ถนนใหญ่ที่มีโจรทะเลอยู่มากกว่าได้
ประสบการณ์อันโชกโชนทำให้เสิ่นอี้ตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุดได้ในเวลาอันสั้น
เขาใช้แผนส่งเสียงบูรพาโจมตีประจิม ดึงความสนใจของโจรทะเลทั้งหมดไป
โดยเฉพาะโจรทะเลที่อยู่ด้านหน้า แทบจะขยับพร้อมกัน มุ่งไปรวมตัวกันทางพระทะเล
ในนั้นย่อมมีโจรทะเลร่างกำยำสองคนซึ่งกระจายตัวอยู่ข้างห้องครัวรวมอยู่ด้วย ความสนใจของพวกเขาถูกภาพเสิ่นอี้พุ่งเข้าจู่โจมพระทะเลตรงหน้า ดึงไปจนหมด
ครั้นเสิ่นอี้หันหัวฉมวกกลับมาจัดการพวกเขา ทั้งสองก็ยังตั้งตัวไม่ทัน ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
เพียงชั่วลมหายใจเดียว เสิ่นอี้ก็พุ่งไปถึงตรงหน้าพวกเขา
ตอนนั้นพวกเขาจึงค่อยได้สติกลับมา
แต่ก็ช้าไปกว่าครึ่งก้าวแล้ว
โจรทะเลคนหนึ่งเพิ่งยกดาบขึ้นหมายจะปัดป้อง ฉมวกของเสิ่นอี้ก็กวาดฟาดเข้ามาถึง ปลายฉมวกแหลมคมส่งเสียงหวีดแสบหู กรีดข้อมือของมันจนเลือดสาด ดาบยาวในมือร่วงลงพื้นทันที
แรงของฉมวกยังไม่หมด ทั้งยังกรีดผ่านอกของมันจนเกิดบาดแผลลึกสามแผล เลือดไหลนอง
เสิ่นอี้สงบนิ่งอย่างยิ่ง ไม่คิดพัวพันกับศัตรูนาน เขาเตะมันลอยกระเด็นไปกลางอากาศ ร่างทั้งร่างปลิวถอยหลังไปชนเล้าไก่ที่เพิ่งสร้างเสร็จด้านหลังจนพัง แม่ไก่ส่งเสียงร้องตกใจ กระพือปีกแตกตื่นไปคนละทิศละทาง
ร่างของมันกระแทกพื้นอย่างแรง ศีรษะเอียงพับ แล้วก็แน่นิ่งไป เกรงว่าคงไม่รอดแล้ว
แววโกรธวาบผ่านดวงตาของเสิ่นอี้ ก่อนจะเลือนหายไปในชั่วพริบตา เขาไม่ได้เหลียวมองอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เมื่อกำจัดภัยคุกคามได้แล้วก็หันไปจัดการโจรทะเลอีกคน
