เสิ่นอี้ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในความมืดเห็นภาพนี้ แววตาพลันเย็นเยียบขึ้น ความคิดสังหารผุดวาบขึ้นในใจ
เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะกำจัดโจรทะเลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อน ถึงเวลานั้นจะได้ช่วยคนได้สะดวก
ภาพตรงหน้าในยามนี้ ทำให้จิตสังหารของเสิ่นอี้ทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
เสิ่นอี้หันไปมองหญิงใบ้ แล้วเอ่ยเสียงต่ำว่า “คนที่อยู่ด้านหลังยกให้ข้า ส่วนคนที่ถือคบเพลิงอยู่ข้างหน้าให้เจ้าเป็นคนจัดการ ไหวหรือไม่? หรือจะสลับกันก็ได้!”
วิชาตัวเบาของหญิงใบ้ไม่ธรรมดา ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ นางเหมาะแก่การลอบสังหารยิ่งกว่าเขา สามารถลอบเข้าไปด้านหน้าได้โดยไร้สุ้มเสียง
หญิงใบ้พยักหน้า สายตาเย็นชาจับจ้องโจรทะเลทั้งสองคน
ดวงตาของนางสว่างวาวอยู่ในความมืด เปี่ยมด้วยความเกลียดชังและจิตสังหารที่ผสานกันอย่างรุนแรง ราวหมาป่าดุร้ายที่หมายตาเหยื่อ
เมื่อเห็นสายตาเช่นนั้น เสิ่นอี้ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหญิงใบ้มีความแค้นอันใดกับพระทะเล ถึงได้เกลียดชังพวกมันมากมายถึงเพียงนี้
เสิ่นอี้ไม่มีเวลาคิดมาก ครั้นแล้วจึงทอดสายตาสงบนิ่งไปยังเบื้องหน้า ฝีเท้าแผ่วเบาลงแต่ความเร็วยังไม่ช้า เขาลอบเข้าไปตามแนวบ้านเรือนริมถนน อาศัยข้าวของและเสาเป็นที่กำบัง เคลื่อนไปอย่างเงียบเชียบ
ส่วนหญิงใบ้ก็ลอบไปอีกทางหนึ่ง หมายจัดการโจรทะเลที่ยืนอยู่ด้านหน้า
โจรทะเลที่อยู่ด้านหลังขับไล่ชายหนุ่มซึ่งเจ็บจนแทบหมดสติไปพลาง ยิ่งกำเริบเสิบสานขึ้นอีก มันโอบหญิงผู้นั้นเข้ามาโดยไม่สนใจทารกในอ้อมแขนแม้แต่น้อย มือใหญ่ยื่นไปบีบขยำอย่างแรง
