ภายใต้ความหวาดกลัวเป็นตายอันรุนแรง พระทะเลราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ช่วยชีวิต รีบกล่าวด้วยความเร็วว่า “ข้าพาท่านไปได้ สมบัติทั้งหมดขอมอบให้ท่าน!
“ทองคำ อัญมณี โบราณวัตถุ มากพอให้ท่านใช้กี่ชาติก็ไม่มีวันหมด! ขอเพียงท่านไว้ชีวิตข้า ความแค้นระหว่างเราสองคนก็ถือว่าสิ้นสุดกัน ข้ารับประกันว่าจะไม่ย่างเท้ามาที่นี่อีกแม้แต่ครึ่งก้าว!”
เสิ่นอี้ไม่พูด เพียงก้มมองเขา ราวกับกำลังมองคนตาย
พระทะเลกลับคิดว่าเขาหวั่นไหว จึงรีบกล่าวต่อว่า “จริงนะ เรือ ลำนั้นมีของมากมายเกินกว่าที่ท่านจะจินตนาการได้ นั่นคือเรือราชการของราชวงศ์ก่อน บรรทุกเครื่องบรรณาการจากเมืองนอกทะเล
“ข้าใช้เวลาสิบกว่าปีจึงค้นพบตำแหน่งของมัน นอกจากข้าแล้ว ไม่มีใครหาเจออีก!”
“พูดจบแล้วหรือ?” เสียงของเสิ่นอี้แหบพร่า ทว่าสงบนิ่ง
พระทะเลชะงักงัน
เห็นเพียงเสิ่นอี้ค่อย ๆ ยกดาบยาวขึ้น คมดาบเปล่งประกายเย็นเยียบใต้แสงจันทร์
ความหวาดกลัวในดวงตาของพระทะเลขยายใหญ่ถึงขีดสุด “สมบัตินะ! อย่าฆ่าข้า ข้ายกให้ท่านทั้งหมด สมบัติมากมาย...
“ไม่!”
ดาบยาวฟาดลง
คมดาบฟันเข้าใส่ลำคอของพระทะเลอย่างฉับไวเด็ดขาด ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย
ชั่วพริบตาต่อมา ศีรษะก็ลอยขึ้นสูง!
ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง และแววเสียดายบางเบา
หากก่อนหน้านี้เขาไม่ปล่อยให้ความแค้นบดบังสติ คิดว่าตนจะสังหารเสิ่นอี้ได้อย่างรวดเร็ว แล้วเลือกจากไปแทน...ก็คงไม่ต้องลงเอยเช่นนี้
โลหิตพุ่งทะลักราวเสาน้ำ กระเซ็นเปื้อนกายเสิ่นอี้ไปทั่ว
