เมื่อเช้านี้ ตอนตื่นขึ้นมาที่คฤหาสน์ชิงวัน ป้าหลินก็พูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า “โอ๊ย เมื่อคืนเกือบเกิดเรื่องใหญ่กับกู้ชิงสวี่แน่ะ”
เสิ่นมั่วเหยียนได้ยินแล้วก็รีบกุมหน้าอกทันที
เฉียวเจาทำกับเขาแบบนี้ได้ยังไง?
.
เฉียวเจาคิดว่าตัวเองฟังผิด “คุณเมามากไปหรือเปล่า ไม่สิ เมาจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง”
เธอเปิดไฟล์เสียงเมื่อคืนให้เขาฟัง โชคดีที่เธอเผื่อทางหนีทีไล่ไว้ เดิมทีตั้งใจใช้ป้องกันบิดาเสิ่น ไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้กับเขา
เสิ่นมั่วเหยียนฟังจบ สีหน้าเผยความเสียดายวูบหนึ่ง “ผะ...ผมเมา คำพูดตอนเมาเชื่อถือไม่ได้หรอก”
“คนเมาพูดความจริงทั้งนั้น เธอคือคนที่เขายอมหลอกแต่งงานเพื่อยึดตำแหน่งคุณนายเสิ่นไว้ให้” เฉียวเจาพูดเสียงเรียบ
“นั่นมันเมื่อก่อน เราอยู่ด้วยกันมาตั้งสามปี ผมเลิกคิดแบบนั้นไปนานแล้ว...”
“ไม่สำคัญ” เฉียวเจาขัดขึ้น “ฉันยังมีธุระ”
พูดจบก็ทำท่าจะเดินเข้าอาคาร
เขาคว้าแขนเธอไว้ “ผมมารับคุณกลับบ้านเก่า ใกล้ถึงวันครบรอบวันเสียของคุณปู่แล้ว เรากลับไปคุยกันว่าจะจัดการยังไง”
“ฉันไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นในตระกูลเฉิน คุณกลับไปเองก็พอ”
“งานเลี้ยงครอบครัวตระกูลเฉิน คุณไม่ไปจะดูเหมาะเหรอ? หรืออยากให้คนนอกเดาว่าความสัมพันธ์ของเรามีปัญหา?”
เฉียวเจาอดหัวเราะไม่ได้
ในเมื่อรักกู้ชิงสวี่ขนาดนั้น แล้วตอนนี้ทำแบบนี้ให้ใครดู? ก็แค่ไม่อยากให้เธอต้องแบกคำด่าว่าเป็นกู้เท่านั้น
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองเรียกค่าชดเชยจากบิดาเสิ่นน้อยเกินไป อย่างไรเสียเธอก็ช่วยรักษาชื่อเสียงของคู่รักที่มีใจให้กันไว้
“ก็ได้”
.
กระจกรถเปิดแง้มไว้ ลมกลางคืนพัดปะทะใบหน้าเธอ
