เสิ่นมั่วเหยียนมองเฉียวเจาอย่างอ่อนโยน “รีบช่วยดูให้หน่อยสิ แค่เห็นก็ปวดหัวแทนแล้ว”
เสิ่นอิงอิงเลื่อนกระดาษคำตอบไปให้เฉียวเจา
ปกติเธอไม่เคยเห็นเฉียวเจาอยู่ในสายตา แต่เรื่องนี้ก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายเก่งจริง “จอมตะลุยข้อสอบจากเมืองเล็ก”
“ใช่ ฉันไม่เคยเห็นโลกกว้างเท่าเธอหรอก” เฉียวเจาหัวเราะเยาะ “แต่เธอเป็นคนไร้ความสามารถที่สอบเข้าแม้แต่วิทยาลัยอาชีวะยังไม่ได้ มีสิทธิอะไรไปดูถูกจอมตะลุยข้อสอบจากเมืองเล็ก”
“ฉัน...” เสิ่นอิงอิงถูกคนประคบประหงมมาตั้งแต่เด็ก พอถูกพูดแบบนี้ก็ขอบตาแดงขึ้นมาทันที “พี่ชาย พี่ไม่คิดจะจัดการเธอหน่อยหรือไง”
เสิ่นมั่วเหยียนเงยหน้าจากโทรศัพท์ สีหน้าเย็นชา “เธอพูดผิดตรงไหน ถ้าเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังไม่ได้ แล้ววันหน้าจะมีใครแต่งงานกับเธอ”
เสิ่นอิงอิงเบะปากอย่างน้อยใจ
เฉียวเจาหาอะไรทำแก้เบื่อ จึงก้มหน้ากวาดตาดูกระดาษคำตอบ แล้ววงข้อที่ผิดไว้สองสามข้อ
พอเงยหน้าขึ้น หางตาก็เหลือบเห็นเสิ่นมั่วเหยียนกำลังก้มดูโทรศัพท์ ในกรอบแชตบนหน้าจอมีชื่อที่บันทึกไว้ว่า “กู้ชิงสวี่”
เธอถอนสายตากลับมา จู่ ๆ ก็รู้สึกขบขันขึ้นมา
เมื่อเทียบกับความขยะแขยงราวกับถูกงูพิษกัดเมื่อครู่ การมองผู้ชายที่นอนเตียงเดียวกับเธอส่งข้อความหาผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเธอ กลับกลายเป็นเรื่องน่าสนุกไปได้
คนรับใช้ขึ้นมาเรียกว่าถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว
เฉียวเจาไม่อยากอยู่คนเดียว จึงลงไปพร้อมพี่น้องทั้งสอง
ตรงโต๊ะอาหารตัวยาว คนในตระกูลเฉินนั่งกันพร้อมหน้าแล้ว ยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งด้วย
เธอรูปร่างเพรียวบาง บุคลิกอ่อนโยน นั่งอยู่ข้างมารดาเสิ่น กำลังพูดคุยพลางยิ้มแย้ม
