ซูเจินรีบร้อนแก้ตัว “ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้หลอกตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเขา—”
จู่ ๆ เธอก็หยุดพูด ราวกับมีซีเมนต์มาอุดลำคอ จนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้อีกแม้แต่คำเดียว
คำพูดเหล่านั้นเป็นหลินอี้ที่พูดจริง ๆ เขาบอกว่า “ผู้หญิงสวยที่ไม่มีพลังพิเศษอย่างเธอ ถ้าฉันไม่คุ้มครอง แล้วจะมีจุดจบดี ๆ ได้ยังไง”
“ถ้าเธอรักฉันจริง ก็จะไม่บีบให้ฉันเลือกฝ่ายระหว่างพวกเธอ”
“ทำไมเธอถึงชอบหาเรื่องอยู่เรื่อย เข้าใจเหตุผลบ้างได้ไหม? ฉันเป็นผู้บัญชาการฐานที่มั่น มีคนอยู่ใต้บังคับบัญชาตั้งเยอะ งานก็ยุ่ง ไม่มีเวลามาคอยปลอบเธอทุกวันหรอก”
พอได้ฟังคำพูดพวกนี้บ่อยเข้า ซูเจินก็เริ่มสงสัยว่าปัญหาอยู่ที่ตัวเธอจริงหรือเปล่า ทำไมปฏิกิริยาของผู้หญิงสองคนนั้นถึงไม่รุนแรงเหมือนเธอ หรือเป็นเพราะเธอไม่รู้จักพอ?
ต่อให้เคลือบคำพูดเหล่านั้นด้วยภาพลวงตาที่เรียกว่าความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ไม่อาจบดบังความจริงที่ชัดแจ้งได้อีกต่อไป
นี่มันคือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
ซูเจินจิกเล็บลงกลางฝ่ามือ จึงข่มใจไม่ให้เสียอาการต่อหน้าคนแปลกหน้าที่เพิ่งพบกันแค่สองครั้งได้
“อย่ามายุแยงให้แตกคอกัน!”
ซูหลานเคี้ยวแอปเปิลกรุบ ๆ “อืม ๆ ใช่แล้ว ฉันกำลังยุแยงให้แตกคอกันอยู่”
ซูเจินเอ่ยอย่างอ่อนแรง “ฉันไม่อยากคุยเรื่องไร้สาระพวกนี้กับเธอแล้ว ยังต้องการอะไรอีกก็เขียนรายการมาให้ฉันตรง ๆ ฉันจะไปขอหลินอี้ให้”
ซูหลานเงยหน้าขึ้น มองไปด้านหลังเธอ ก่อนตะโกนเสียงดังขึ้นมาทันที “พี่หลิน! มาแล้วเหรอ!”
ผู้หญิงคนนี้นี่นะ!!!
ความโกรธของซูเจินพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ปากก็พูดจาสวยหรูว่าอย่ามองคนตื้นเขิน แต่สุดท้ายก็ไม่สนคำเตือนของเธอ ยังอุตส่าห์รีบเข้าไปหาใกล้ชิดผู้ชายอีก
