“อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าต่อยแกนะ!”
มุมปากของซูหลานตกลง เธอหัวเราะหึเบา ๆ “บางครั้งฉันก็แยกไม่ออกว่าแกโง่จริงหรือแกล้งโง่ ฉันทำให้คนเป็นร้อยอยู่รอดที่นี่ได้เป็นปี แกคิดว่าฉันเป็นคนที่ใครจะมารังแกได้ง่าย ๆ จริงหรือไง?”
คำเยาะเย้ยเย็นชาของซูหลานราวกับสาดน้ำเย็นใส่หน้า ไป๋เหวินรุ่ยสะดุ้งทั้งตัว ความเดือดดาลมลายหายไปจนกลับมามีสติ พอคิดทบทวนอย่างละเอียดก็เริ่มหวาดระแวง
คนอย่างพวกเขาไม่กล้าหลับตาลงแม้แต่ตอนกลางคืน แต่แนวป้องกันก็ยังถูกฝูงซอมบี้บุกทะลวงนับครั้งไม่ถ้วน จำนวนคนลดลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายคนที่เดินทางมาถึงเขตเก้าเหลือเพียงสองพันกว่าคน
แต่เธอกลับอาศัยกำลังของตัวเองเพียงลำพัง ปกป้องผู้รอดชีวิตมาจนถึงตอนนี้ แถมยังใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอไม่มีทางเป็นคนดีที่ใจกับปากตรงกันแน่
เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนตัวไป๋เหวินรุ่ย เขาดันไปหาเรื่องผู้หญิงที่ลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึงแบบนี้เข้าเสียแล้ว…
ซูหลานเหลือบมองไป๋เหวินรุ่ยที่ไม่กล้าส่งเสียง ก่อนจูงซูเหมาเหมาหันหลังเดินกลับ แล้วก็ชนเข้ากับทีมของจ้าวหงที่กำลังจูงฮั่วอวี้มาพอดี
เพราะคลานช้าเกินไป ฮั่วอวี้จึงแทบถูกลากไปข้างหน้า ระหว่างทางยังโดนเตะอยู่หลายครั้ง ทั้งเชือกยังรัดคอจนหายใจไม่ออก เขาจึงเปล่งเสียงได้ไม่เป็นคำ
สูทที่เขาสวมสกปรกจนดูไม่ได้ จากสัดส่วนของแขนกับขาก็มองออกว่าเป็นคนตัวสูง สันจมูกโด่ง แนวกรามคมชัด แม้หน้าจะบวมช้ำก็ยังเห็นโครงหน้าดีเลิศ น่าจะเป็นหนุ่มหล่อรวยสูงตามมาตรฐาน แบบที่ผู้ชายด้วยกันเห็นแล้วยังอิจฉา
ใช่แล้ว บางครั้งความอิจฉาของผู้ชายหนักหนากว่าผู้หญิงเสียอีก ผู้ชายทุกคนที่หล่อกว่าและแข็งแกร่งกว่าพวกเขาจะกลายเป็นคู่แข่งสมมติในการแย่งคู่ครอง ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงที่รวยกว่าพวกเขาก็ยังถูกอิจฉาอยู่บ่อย ๆ ถึงขั้นใส่ร้ายว่าผู้หญิงพวกนั้นได้เงินมาอย่างไม่บริสุทธิ์ด้วยข่าวลือเรื่องฉาว ๆ
