จี้หลานลุกพรวดขึ้นตบโต๊ะ “จิ่งหงอวี่! นายเป็นผู้บัญชาการหลัก ช่วยจริงจังหน่อยได้ไหม เลิกเล่นเครื่องเล่นเกมงี่เง่านั่นสักที! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่มีผู้มีพลังพิเศษตายไปสี่คนเท่านั้น ฉืออันอยู่ห่างจากใจกลางเขตสิบห้า ซึ่งก็คือฐานของเราไม่ถึง 60 กิโลเมตร คนที่ฆ่าผู้มีพลังพิเศษได้เงียบเชียบแบบนี้ต้องไม่ใช่ซอมบี้ระดับสูงแค่ตัวสองตัวแน่ พวกมันเดินทางจากฉืออันมาถึงที่นี่ได้ภายในคืนเดียว นายไม่รู้สึกถึงวิกฤตบ้างหรือไง?”
จิ่งหงอวี่ก้มหน้าลงคล้ายละอายใจ แต่ความจริงกลับบ่นพึมพำในใจ: ผู้บัญชาการหลักที่ไหนกันโดนรองผู้บัญชาการชี้หน้าสั่งสอนทุกวันแบบนี้...
“พรุ่งนี้ผู้มีพลังพิเศษที่ไม่ใช่สายต่อสู้ทุกคนต้องอยู่ประจำฐานเพื่อรอคำสั่ง นายกับฉันจะนำหน่วยบุกเบิกไปคนละหน่วย มุ่งหน้าไปฉืออันเพื่อตามหาหน่วยเจ็ด ต้องเห็นทั้งคนเป็นและศพ จะได้ชี้แจงกับครอบครัวพวกเขาอย่างชัดเจน ถ้าเจอซอมบี้ระดับสูงเข้าจริง ๆ ก็รีบล้อมกำจัดให้หมด ไม่อย่างนั้นต่อไปคนอื่นที่ออกไปค้นหาก็จะตกอยู่ในอันตราย”
“ครับ ๆ รุ่นพี่พูดถูกหมดเลย ทำตามที่รุ่นพี่บอกครับ”
ถึงจะบ่นพึมพำ แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นจริง จิ่งหงอวี่ก็ยังทำตามแผนของจี้หลาน
รุ่นพี่จี้หลานเคยเป็นประธานนักศึกษาติดต่อกันสามสมัยตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอใจเย็นเมื่อต้องเผชิญปัญหาและตัดสินใจเด็ดขาด ตอนนั้นเขาคัดค้านเสียงคนส่วนใหญ่เพื่อแต่งตั้งรุ่นพี่จี้หลานเป็นรองผู้บัญชาการ โชคดีจริง ๆ ที่มีรองผู้บัญชาการคนนี้อยู่
จิ่งหงอวี่รู้ตัวดี เขาเป็นแค่ผู้ชายร่าเริงสดใสที่มีพลังพิเศษธาตุไฟ แต่ไม่มีความสามารถในการนำคน หากเรื่องฐานผู้รอดชีวิตมีแค่เขาเป็นคนดูแล เขตสิบห้าคงวุ่นวายไม่ต่างจากหม้อโจ๊กแน่
