ฉูหยวนมองเด็กสาวบริสุทธิ์ในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย ภาพนั้นทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคย เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วผลักประตูห้องเช่าออกไป
ข้างนอกมืดมิดจนแทบจับตัวเป็นก้อน อุณหภูมิที่ต่ำกว่าในห้องทำให้เธอหดตัวลงโดยไม่รู้ตัว
สายลมยามค่ำคืนพัดพาความเย็นผ่านเรียวขาและลำคอที่โผล่พ้นเสื้อคลุมถัก กระตุ้นให้เกิดอาการสั่นสะท้านแผ่วเบา
เธอไม่ได้มุ่งหน้าไปยังจุดหมายโดยตรง ความระมัดระวังที่สั่งสมมาหลายปีกลายเป็นนิสัย เธอเลี้ยวไปหลายทาง ผ่านหน้าร้านสะดวกซื้อที่สว่างไสว ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปในตรอกย่านที่พักอาศัยซึ่งแทบไม่มีคนเดินผ่าน
จนกระทั่งแน่ใจว่าความรู้สึกราวกับถูกใครตามติดอยู่ตลอดเวลาเป็นเพียงความตึงเครียดของตัวเอง เธอถึงค่อยผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเลี้ยวเข้าไปในตรอกเงียบสงบที่มุ่งสู่ย่านบาร์
ตรอกแคบมาก สองข้างทางเป็นกำแพงอาคารเก่า ๆ ที่สีสันหลุดลอก เหลือเพียงช่องฟ้าแคบ ๆ ตรงกลางซึ่งถูกแสงนีออนย้อมจนกลายเป็นสีชวนให้ใจเต้น
เสียงเพลง เสียงพูดคุยหัวเราะ เสียงแก้วกระทบกัน รวมถึงกลิ่นซับซ้อนของอาหารหลากชนิดปนกับแอลกอฮอล์ ต่างหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับแสงไฟที่ค่อย ๆ สว่างขึ้น
ถนนสายบาร์ไม่ได้กว้างขวางนัก แต่ผู้คนพลุกพล่านขวักไขว่
ฉูหยวนหดคอลงโดยไม่รู้ตัว กระชับปกเสื้อคลุมถักให้แน่นขึ้น ก้มหน้าต่ำ พยายามทำให้ตัวเองโดดเด่นน้อยที่สุด
หลังจากมองซ้ายมองขวาอยู่นาน ในที่สุดเธอก็เห็นตัวอักษรคำว่า “เจาซี” อยู่ตรงมุมถนน ในตำแหน่งที่ไม่สะดุดตาเท่าร้านอื่น
ไม่มีเสียงเพลงดังอึกทึกเล็ดลอดออกมาจากหน้าประตู ดูเหมือนจะ “เงียบ” กว่าร้านข้าง ๆ อยู่บ้าง—แน่นอนว่าเป็นแค่เมื่อเทียบกันเท่านั้น
