ในห้องนั่งเล่นไม่ได้เปิดไฟดวงใหญ่
ท่ามกลางความมืด มีเพียงจอโทรทัศน์ที่ส่องแสงเย็นเยียบ เผยให้เห็นเค้าโครงรอบข้างอย่างเลือนราง
บนจอกำลังฉายภาพช่วงสัมภาษณ์สาวน้อยโม่ลี่ นักข่าวถือไมโครโฟนถามว่า “คุณโม่ลี่คะ ขอถามหน่อยว่าเคล็ดลับที่ทำให้คุณยิ้มอยู่เสมอคืออะไร”
ตรงข้ามนักข่าว ไป๋ซือโม่สวมชุดมารสีขาวบริสุทธิ์ รอยยิ้มสดใสราวแสงแดดต้นฤดูใบไม้ผลิ
“แน่นอนว่าคือความรักค่ะ” น้ำเสียงของเธอใสกระจ่าง “ฉันรักเมืองนี้ รักทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองหล่อเสวี่ย ทุกครั้งที่นึกถึงว่าตัวเองเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ผู้พิทักษ์ที่นี่ ฉันก็รู้สึกมีความสุขเหลือเกิน…”
ภาพสัมภาษณ์ยังคงดำเนินต่อไป
ส่วนด้านนอกจอโทรทัศน์
บนโซฟา เด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลชากำลังขดตัวนั่งดูอยู่เงียบ ๆ
ใต้ดวงตาของเธอมีรอยคล้ำเข้ม อ้อมแขนกอดตุ๊กตาซัคคิวบัสตัวเล็กที่มีเขาแกะไว้แน่น — นั่นคือสิ่งทดแทนทางใจที่เธอหามา เพราะไม่อาจสัมผัสคุณซัคคิวบัสได้
บนโต๊ะน้ำชาตรงหน้าเด็กสาว ขนมขบเคี้ยวนานาชนิดถูกเทกระจัดกระจายจนเกลื่อนกลาด ปะปนกับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ยังไม่ได้เก็บให้เรียบร้อย
“คุณซัคคิวบัส ขอโทษนะ…”
ไป๋ซือโม่ซุกหน้าลงกับเนื้อผ้าของตุ๊กตา น้ำเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“เดิมทีฉันก็อยากเป็น ‘เด็กดี’ ที่ได้รับคำชมจากคุณ…”
“แต่ช่วงนี้…เพราะคิดถึงคุณมากเกินไป ในหัวมีแต่เรื่องของคุณ…ฉันกลับเหมือนทำเรื่องไม่ดีไปตั้งมากมาย…”
“ทั้งที่เพื่อนฉูหยวนจริงใจกับฉันแท้ ๆ แต่ฉันกลับปฏิบัติกับเพื่อนฉูหยวนแบบนั้น…”
“เพื่อปกปิดความลับ ฉันใช้ข้ออ้างเรื่อง ‘ตอบแทนบุญคุณ’ เข้าไปเกาะติดเธอ เพื่อหาเบาะแสของคุณจากตัวเธอ…ถึงขั้นสะกดรอยตาม สงสัยเธอ แล้วยังใช้เวทมนตร์บังคับตรวจเธออีก…”
