แก้มของฉูหยวนร้อนผ่าว เธอเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว ปลายนิ้วแตะริมฝีปากของตัวเอง
สัมผัสจากจูบเมื่อครู่ราวกับยังหลงเหลือไออุ่นของอีกฝ่าย ทำให้หัวใจในอกเต้นกระหน่ำราวกับตีกลอง เร็วจนแทบจะกระเด็นออกมาทางลำคอ
ความรู้สึกนี้…แปลกเหลือเกิน
ความรู้สึกที่เธอมีต่อไป๋ซือโม่…มันคืออะไรกันแน่?
ไม่ว่าอย่างไร มันต้องไม่ใช่ความชอบแน่
เธอพร่ำเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจว่า ห้ามเกิดความรู้สึกที่ทำให้เรื่องราวยุ่งยากขึ้นกับไป๋ซือโม่เด็ดขาด
ความหวั่นไหวนั้น บางทีอาจเป็นเพราะได้เห็นดวงตาคู่นั้นของไป๋ซือโม่ที่มักมีแววเศร้า หรือไม่ก็เป็นเพียงความเห็นอกเห็นใจที่มากเกินไปกำลังเล่นงานเธอ
ถึงอย่างไร ไป๋ซือโม่ก็ดูเหมือนคนที่ต้องได้รับการทะนุถนอมอย่างดีอยู่เสมอ
ไม่รู้ว่าเป็นเพียงภาพลวงตาหรือเปล่า หลังจากจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากนั้น ไป๋ซือโม่ที่อยู่ข้างกายก็ดูเหมือนจะหลับสนิทกว่าเดิม
ฉูหยวนนอนตะแคง ฟังเสียงหายใจสม่ำเสมอของคนข้างกาย จนสติค่อย ๆ เลือนรางและจมลงสู่ห้วงนิทราอันตื้นเขิน
เช้าวันต่อมา แสงแดดส่องลอดช่องว่างระหว่างผ้าม่านเข้ามา
ฉูหยวนค่อย ๆ ตื่นขึ้น พอลืมตาก็สบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
ไป๋ซือโม่นอนตะแคงอยู่ข้างเธอ มือข้างหนึ่งเท้าคางไว้เบา ๆ เส้นผมสีน้ำตาลที่ยุ่งเล็กน้อยทิ้งตัวลงข้างใบหู
เธอมองฉูหยวนอย่างอ่อนโยน ราวกับจ้องมองมาเนิ่นนานแล้ว
“เป็นอะไรไป? แต่เช้าก็อารมณ์ดีขนาดนี้เลยเหรอ”
ฉูหยวนยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใช้นิ้วปัดปอยผมที่ตกลงมาทัดไว้หลังใบหูของไป๋ซือโม่ ปลายนิ้วเฉียดผ่านใบหูของอีกฝ่าย
“เพราะเมื่อคืน~ฉันฝันดีมากเลยน่ะ” ไป๋ซือโม่พูดพลางยิ้ม
“ฝันดีเหรอ?”
“อื้ม~ ฉันจะบอกเธอคนเดียวเลยนะ” ไป๋ซือโม่โน้มตัวลงมาเล็กน้อยอย่างกะทันหัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่พลันใกล้ชิดกันขึ้น “ฉันฝันว่า…ได้จูบกับคนที่ชอบ ความรู้สึกตอนนั้นสบายมากเลยล่ะ…”
“!”
ฉูหยวนหดคอวูบ ปลายหูแดงก่ำขึ้นมาทันที ความร้อนบนแก้มก็เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
เธอรีบมุดออกมาจากใต้ร่างของไป๋ซือโม่ แล้วหันหลังให้ ไม่กล้าหันกลับไปมองอีกฝ่ายอีก “ฉะ…ฉันไม่อยากฟังเรื่องพวกนี้…เรื่อง…เรื่องแบบนี้เธอเก็บไว้รู้คนเดียวก็พอ…”
