“เร็วเข้า! ข้างหน้าก็ถึงสำนักยุทธ์แล้ว พวกเราต้องอดทนไว้!”
เย่เหว่ยกัดฟันแน่น เสื้อคลุมบนกายชุ่มโชกไปด้วยเลือด แผ่นหลังมีรอยแผลจากคมดาบลึกหลายแห่งพาดไขว้กัน ดูแล้วชวนให้ขนลุก
ข้างกายเย่เหว่ยเหลือเพียงสามคน ทั้งสามล้วนเป็นศิษย์สายใน ส่วนศิษย์สำนักนอกกระจัดกระจายกันไปตั้งแต่แรก พวกเขายังไปไม่ถึงขั้นหลอมผิวหนังด้วยซ้ำ เกรงว่าคงเคราะห์ร้ายมากกว่าเคราะห์ดี
“ศิษย์น้องเย่ ต่อให้เราหนีกลับไปถึงสำนักยุทธ์แล้วจะมีประโยชน์อะไร ท่านอาจารย์ก็ถูกจับตัวไปแล้ว ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนก็มีแต่ทางตาย!”
ทั้งสามคนต่างบาดเจ็บ น้ำเสียงเจือสะอื้น
ตายหมดแล้ว ตายกันหมดแล้ว!
ในสำนักยุทธ์ปากั้วอันกว้างใหญ่ คนที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือเพียงหยิบมือ อีกไม่นานพวกเขาก็คงตามไป
“ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะตายในสำนักยุทธ์!”
เย่เหว่ยหัวเราะอย่างขมขื่น เขาเพิ่งทะลวงขั้นหลอมผิวหนังได้ไม่นาน เป็นผู้ฝึกยุทธ์ผู้สูงส่งได้ไม่กี่วัน ก็ต้องมาตายแล้วหรือ?
เขาไม่ยินยอม!
“จะโทษก็ต้องโทษพวกสำนักปากั้วที่มีคนบังอาจเป็นศัตรูกับค่ายชิงเฟิงของเรา! หัวหน้าสั่งไว้แล้วว่า ใครฝึกวิชาปักหลักปากั้ว ฆ่าให้หมด!”
ชายฉกรรจ์เปลือยท่อนบนแสยะยิ้ม พลางเหวี่ยงดาบใหญ่ทรงวงแหวนในมือฟันใส่เอวของเย่เหว่ย
นี่คือการลงทัณฑ์ของค่ายชิงเฟิงที่เรียกว่าผ่าครึ่งเอว ร่างคนจะถูกฟันแบ่งเป็นสองท่อนจากตรงกลาง ก่อนถูกทรมานจนสิ้นใจเมื่อเลือดไหลจนหมดตัว
“เคร้ง!”
ในเสี้ยวขณะที่ดาบใหญ่ทรงวงแหวนกำลังจะฟาดลงมา มีดฆ่าหมูเล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ สกัดดาบใหญ่ไว้ได้อย่างชะงัด
“อะไรนะ!”
ชายฉกรรจ์ตกใจ
เขาอยู่ในขั้นหลอมผิวหนังสมบูรณ์แล้ว แต่อีกฝ่ายกลับใช้เพียงมีดเล่มบางก็รับดาบหนักของเขาไว้ได้ นั่นมิได้หมายความว่าพละกำลังของอีกฝ่ายเหนือกว่าเขาหรอกหรือ?
“ศิษย์น้อง!”
ลู่ลิ่วที่เห็นภาพนี้ถึงกับชะงักงัน
เป็นไปได้อย่างไร?
ฉินหมิงใช้มือข้างเดียวสกัดการโจมตีซึ่งพุ่งเข้าปะทะตรงๆ ของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหลอมผิวหนังสมบูรณ์ได้!
เย่เหว่ยเบิกตาแทบถลนออกมา
ฉินหมิงเข้ามาเป็นศิษย์ทีหลังเขา จึงนับเป็นศิษย์น้อง แต่ฝีมือระดับนี้ เกรงว่าคงทัดเทียมศิษย์พี่ใหญ่ได้แล้วกระมัง
“ไสหัวไป!”
