ครึ่งวันต่อมา
ขบวนคุ้มภัย
ภายในรถม้าที่โยกไหวเบา ๆ ฉินหมิงก้มหน้า ค่อย ๆ ทาน้ำพิษที่สกัดจากถุงพิษของตะขาบยักษ์ลงบนหัวลูกศรไม้ไผ่อย่างระมัดระวัง
แม้ตะขาบตัวนั้นจะยังเติบโตไม่ถึงระดับสิ่งวิเศษโดยสมบูรณ์ แต่พิษของมันก็ร้ายกาจไม่น้อย มีฤทธิ์กัดกร่อนและทำให้ชาอย่างรุนแรง หากถูกยิงด้วยลูกศร พิษจะแพร่กระจายไปทั่วร่าง ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นหลอมผิวหนังสมบูรณ์ก็ยังรับมือได้ยาก แม้ไม่ถึงตาย พลังต่อสู้ก็ต้องลดลงอย่างมาก
ลูกศรไม้ไผ่หลายสิบดอกถูกทาพิษจนหมดอย่างรวดเร็ว พิษเองก็หมดเกลี้ยง ฉินหมิงเผลอลูบเกราะในที่หน้าอก ความกังวลในใจก็คลายลงไปหลายส่วน
เมื่อมีเกราะตะขาบกับลูกศรพิษหลายสิบดอกเป็นไพ่ตาย อีกทั้งคราวนี้ลี่ขุยผู้เป็นบิดาของลี่เซิ่งหนานยังมาคุมขบวนด้วยตนเอง ความปลอดภัยก็น่าจะไม่มีปัญหา
ก่อนหน้านี้ฉินหมิงเคยได้ยินศิษย์พี่ลู่ลิ่วพูดถึงลี่ขุย เขาอยู่ในขั้นหลอมผิวหนังสมบูรณ์ ทั้งยังเชี่ยวชาญวิชายุทธ์สองแขนง หนึ่งในนั้นคือวิชาฝึกกายระดับเก้า «พลังวัวเถื่อน»
ที่ลี่เซิ่งหนานมีรูปร่างกำยำและพละกำลังน่าทึ่ง ก็เพราะฝึกวิชาฝึกกายแขนงนี้
“ศิษย์น้องเล็ก”
ลี่เซิ่งหนานเลิกม่านแล้วเบียดเข้ามา รถม้าที่เดิมก็กว้างพอสมควรพลันดูคับแคบลงอย่างเห็นได้ชัด
ฉินหมิงได้แต่ยิ้มเจื่อน
ศิษย์พี่ผู้มีรูปร่างเหมือนสาวงามจอมพลังผู้นี้ช่างกำยำจริง ๆ ในขบวนคุ้มภัยทั้งหมด เกรงว่าจะมีเพียงลี่ขุยผู้เป็นบิดาที่พอจะข่มนางได้ ทว่าถึงร่างกายของลี่เซิ่งหนานจะใหญ่โต แต่สัดส่วนกลับสมดุล เป็นรูปร่างทรงลูกแพร์อย่างแท้จริง ส่วนที่ควรมีเนื้อก็มีเต็มที่ โดยเฉพาะบั้นท้ายที่ใหญ่ยิ่งกว่าครกโม่แป้ง เกรงว่าทั่วทั้งอำเภอชิงหยางคงหาใครเทียบไม่ได้เป็นคนที่สอง
“เป็นอย่างไรบ้าง ออกคุ้มภัยครั้งแรก ปรับตัวได้หรือไม่?”
ลี่เซิ่งหนานยื่นลูกแพร์ที่ล้างสะอาดแล้วให้ฉินหมิง
“ก็พอได้ขอรับ”
ฉินหมิงรับลูกแพร์มากัดคำหนึ่ง
ฉ่ำหวานสดชื่น
“ศิษย์พี่ การคุ้มภัยเที่ยวนี้ เรากำลังขนส่งสินค้าอะไรหรือขอรับ?”
ฉินหมิงถามขึ้นลอย ๆ
