“ฉินหมิง? ทำไมเป็นเจ้าอีกแล้ว!”
หน้าบากเห็นฉินหมิงปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน ในใจก็สบถด่า “ซวยชะมัด!”
แต่คราวนี้หน้าบากมั่นใจกว่าครั้งก่อนมาก เขาพาคนมาด้วยถึงเจ็ดคน ทั้งยังพกอาวุธมาอีกด้วย เมื่อนับรวมตัวเขาแล้ว ต่อให้ฉินหมิงมีดฆ่าหมูอยู่ในมือ เขาก็ไม่หวั่น
“ซิ่วเหนียง!”
ฉินหมิงวางตะกร้าสะพายลง แล้วรีบพุ่งไปหาซิ่วเหนียงทันที เมื่อเห็นรอยฝ่ามือสีแดงบวมเป่งบนใบหน้าของนาง ขอบรอยยังมีเลือดซึมออกมา ดวงตาฉินหมิงก็แดงก่ำด้วยความโกรธ กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่นกรอบแกรบ
หากไม่ฆ่าหน้าบาก ข้าขอสาบานว่าจะไม่ขอเป็นคนอีก!
“พี่ฉิน รีบไปดูพี่หวังเถิด เขาถูกตีจนเป็นเช่นนี้เพราะช่วยข้า”
ซิ่วเหนียงสะอื้นไห้พลางกล่าว
“อะไรนะ?”
ฉินหมิงหันขวับ รีบตรวจดูบาดแผลของหวังซุ่น
หน้าผากของหวังซุ่นแตกเป็นแผล แต่เป็นเพียงบาดแผลภายนอก โชคดีที่กระดูกไม่หัก
“ท่านพ่อ!”
“พี่ซุ่น ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!”
ภรรยาและลูกของหวังซุ่นร้องไห้จนแทบขาดใจอยู่หลังช่องประตู
ก่อนหน้านี้ หน้าบากพาคนบุกมาด้วยท่าทางคุกคาม งัดประตูบ้านฉินหมิงแล้วกรูกันเข้าไปจับตัวซิ่วเหนียง
ในช่วงคับขัน หวังซุ่นออกมาขวางไว้ เพื่อไม่ให้ภรรยาและลูกต้องพลอยเดือดร้อน เขาจึงจงใจลงกลอนประตู ไม่ยอมให้ทั้งสองออกมา
หวังซุ่นทำงานใช้แรงมานาน ร่างกายจึงมีเรี่ยวแรงอยู่บ้าง ทว่าหน้าบากมีคนมากกว่า ไม่นานหวังซุ่นก็ถูกซ้อมจนล้มลงกับพื้น หากฉินหมิงมาไม่ทัน ไม่เพียงซิ่วเหนียงจะถูกพาตัวไป แม้แต่เขาเองก็คงถูกตีจนตาย!
“น้องฉิน ข้าไม่เป็นไร อย่าห่วงเลย รีบพาซิ่วเหนียงหนีไป! เร็วเข้า!”
หวังซุ่นนอนคว่ำอยู่บนหิมะ หอบหายใจเฮือกใหญ่ เลือดไหลจากแผลบนหน้าผากไม่หยุด จนเสื้อบุนวมเก่าที่อยู่ใต้ร่างเปียกชุ่มและติดแน่นกับพื้น
“หนีหรือ? พวกเจ้าคงหนีไม่พ้นแล้ว”
หน้าบากหัวเราะเย็นชา ชายทั้งเจ็ดที่อยู่ด้านหลังรีบแยกย้ายกันออกไป ล้อมฉินหมิงทั้งสามคนไว้
“พวกเจ้ากล้าฉุดคร่าหญิงสาวต่อหน้าธารกำนัล หากนายอำเภอรู้เข้า ย่อมไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่!”
