แววหวาดระแวงวูบผ่านดวงตาของเหลียวจวิน
แม้ทั้งสองจะอยู่ในขั้นหลอมเนื้อช่วงต้นเหมือนกัน แต่ความแตกต่างคือ เผยเหิงเคยอยู่ในขั้นหลอมเนื้อช่วงปลาย ก่อนจะร่วงลงมาสู่ช่วงต้นเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส
แม้เผยเหิงจะเสียขาไปข้างหนึ่ง ทั้งยังมีพลังเลือดลมถดถอย แต่หลายปีมานี้เขารู้ว่าตนไร้หวังจะทะลวงขั้น จึงมุ่งฝึกฝนกระบวนท่าวิทยายุทธ์อย่างเต็มที่ พลังฝีมือกลับไม่ได้ลดลงมากนัก หากลงมือผลีผลาม เหลียวจวินคงมีโอกาสชนะอย่างมากเพียงสามส่วน
“ผู้กองเหลียว ไม่พบกันเสียนาน”
เผยเหิงค่อย ๆ หันกายมา แม้ต้องเผชิญหน้าเหลียวจวินที่กำลังเดือดดาล สีหน้าก็ยังสงบนิ่ง
“อาจารย์!”
ลู่ลิ่วมีสีหน้าราวกับรอดพ้นจากหายนะ
ศิษย์น้องมีคนช่วยแล้ว!
ลี่เซิ่งหนานตามมาถึง รีบประคองลู่ลิ่วให้ลุกขึ้นจากพื้น
“ศิษย์น้อง เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไร แค่บาดเจ็บเล็กน้อย”
ลู่ลิ่วส่ายหน้า
“ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก ซี่โครงเจ้าหักไปตั้งหลายซี่!”
ลี่เซิ่งหนานขมวดคิ้ว
ลู่ลิ่วถูกมือปราบผู้ฝึกวิชากรงเล็บเหยี่ยวตะปบเข้าอย่างจังจนบาดเจ็บสาหัส
“ศิษย์น้องแก้แค้นให้ข้าแล้ว” ลู่ลิ่วกล่าวพลางยิ้ม
ลี่เซิ่งหนานมองตามทิศทางที่ลู่ลิ่วชี้ จึงเห็นมือปราบสองคนที่ถูกตัดเส้นเอ็นข้อมือ
“นี่...นี่ฉินหมิงเป็นคนทำหรือ?”
ลี่เซิ่งหนานแทบไม่อยากเชื่อ มือปราบทั้งสองเป็นยอดฝีมือขั้นหลอมผิวหนังช่วงปลายที่มากประสบการณ์ นางเองก็อยู่ในขั้นหลอมผิวหนังช่วงปลาย จึงรู้ดีว่าหากสองคนนี้ร่วมมือกันจะน่ากลัวเพียงใด
แม้แต่ตัวนางเองก็ใช่ว่าจะได้เปรียบ
“อาจารย์ ดูนี่!”
ลี่เซิ่งหนานเรียกขึ้น
เผยเหิงพยักหน้า เขาเห็นแล้ว
“ทำได้ไม่เลว”
เผยเหิงเผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนมองฉินหมิง ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ
ใช้เวลาเพียงสิบกว่าวันก็ทะลวงขั้นได้ พรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์เช่นนี้นับว่าโดดเด่นยิ่ง
