ฉินหมิงก้มหน้า หอบหายใจหนักหน่วง พลังเลือดลมอันน่าสะพรึงแผ่ไอร้อนพลุ่งพล่าน ขับไล่ความมืดมิดทั่วห้องจนสิ้น
ที่มุมห้อง หยางจื้อซึ่งถูกถอดเสื้อผ้าจนล่อนจ้อนเบิกตากว้าง จ้องฉินหมิงเขม็ง ในใจปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์โถมซัด
“เขา... เขาถึงกับ... ซ่อนพลังเอาไว้มากมายเพียงใดกันแน่!!”
เมื่อเห็นฉินหมิงมองมา หยางจื้อก็ก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว ยามเผชิญหน้ากับฉินหมิงในตอนนี้ ความคิดแก้แค้นพลันมลายสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัว
ในมือของผีสาว เขาเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งที่ถูกหยอกล้ออย่างตามใจ ทว่าตัวตนที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นกลับถูกฉินหมิงใช้หมัดทุบจนตายคามือ!
แค่คิดถึงเรื่องนี้ หยางจื้อก็อดตัวสั่นงันงกไม่ได้
“เจ้านับว่าโชคดีไม่น้อย”
ฉินหมิงกล่าวเสียงเรียบ
ที่แท้ผีสาวไม่ได้ดูดหยางจื้อจนกลายเป็นศพแห้งในทันที แต่ถูกใจเขาและคิดจะเสพสุขกับเขาสักหน่อย เพียงแต่ยังไม่ทันได้เสพสุขจนหนำใจก็ถูกฉินหมิงบุกเข้ามาสังหารเสียก่อน
“ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย อย่าทำให้กองล่าปีศาจต้องขายหน้า!”
“ขอรับ ๆ”
หยางจื้อรีบร้อนสวมเสื้อผ้าอย่างลนลาน
ในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นเหตุการณ์สงบลง หลี่หยวนชิงกับคนอื่น ๆ ก็พากันย่องเข้ามาอย่างระมัดระวัง
ก่อนหน้านี้พอเห็นผีสาว พวกเขาก็แตกฮือวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง จึงไม่ได้สังเกตเลยว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น
เมื่อเห็นกำแพงที่พังถล่ม ประตูไม้ที่แตกหัก และลานบ้านซึ่งถูกทำลายจนเละเทะ พื้นดินเต็มไปด้วยร่องรอยราวกับถูกไถ หลี่หยวนชิงก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
นี่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้จริงหรือ? หากไม่รู้คงนึกว่ามีกระทิงคลั่งพุ่งเข้ามา
แม้แต่เสวียนหั่ว ผู้แข็งแกร่งขั้นหลอมกระดูก ยังอดเปลือกตากระตุกไม่ได้
พลังทำลายล้างเช่นนี้แทบไม่ด้อยไปกว่าเขาซึ่งเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นหลอมกระดูกเลย
“ฉะ... ฉินหมิง ผีสาวตนนั้นเล่า?”
หวังเหวยพูดตะกุกตะกักจนแทบเรียบเรียงคำไม่ถูก
“ตายแล้ว”
ฉินหมิงสูดหายใจลึก วิชาพิษเพลิงในร่างโคจรอย่างรวดเร็ว ฟื้นฟูพลังเลือดลมที่สูญเสียไป จากนั้นจึงหันไปมองหลี่หยวนชิง “นายท่านหลี่ ต่อจากนี้พวกเราควรคุยเรื่องค่าตอบแทนกันได้แล้ว”
“ค่าตอบแทน?”
หลี่หยวนชิงนึกว่าตนเองฟังผิดไป
