ย้อนเวลากลับไปครึ่งชั่วยามก่อน
หวังซุ่นพาภรรยากับบุตรสาวลงกลอนประตูบ้าน ก่อนเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังลานกว้าง
“ท่านแม่ อีกเดี๋ยวพวกเราจะได้พบพี่ฉินหรือไม่?”
หวังเสี่ยวซีเงยหน้า ดวงตาเบิกกว้าง
“เด็กโง่ ฉินหมิงเป็นคนของสำนักยุทธ์ปากั้ว วันนี้ย่อมต้องมาปรากฏตัวอยู่แล้ว”
นางอู๋ลูบศีรษะน้อย ๆ ของบุตรสาว “เดี๋ยวพอพบพี่ฉินแล้ว จำไว้ว่าห้ามเรียกเช่นนั้น ต้องเรียกว่าคุณชายฉิน”
“อ้อ เข้าใจแล้ว ท่านแม่”
หวังเสี่ยวซีพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ครอบครัวสามคนของหวังซุ่นเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน โจรภูเขาจากค่ายชิงเฟิงก็ทะลักออกมาจากทุกทิศทุกทาง สังหารผู้คนอย่างเหี้ยมโหด
ทั้งสามปะปนอยู่ในฝูงชน แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น ถูกโจรภูเขาบีบให้ถอยกลับมา หวังซุ่นได้รับบาดเจ็บจากคมมีดหลายแผลที่แผ่นหลังเพื่อปกป้องภรรยากับบุตร เลือดไหลนองพื้น ใบหน้าซีดเผือด
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลัว”
“อย่ากลัว พ่อกับแม่อยู่ตรงนี้”
สองสามีภรรยาหวังซุ่นกอดหวังเสี่ยวซีไว้แน่น
ชาวตำบลชิงซานเกือบเจ็ดส่วนเสียชีวิตในความโกลาหลครั้งนี้ ส่วนคนที่เหลือถูกปล้นทรัพย์สิน ก่อนถูกไล่ให้ไปอยู่กลางวงกองฟางและบังคับให้นั่งยอง กอดเข่าสั่นเทา
โจรภูเขาคนหนึ่งถือคบเพลิงเดินเข้ามาอย่างองอาจ รอเพียงหยวนเลี่ยออกคำสั่ง เขาก็จะจุดไฟเผาคนเหล่านี้ให้ตายทั้งหมดทันที
“ข้าจะสู้กับพวกเจ้าให้ถึงที่สุด!”
ชายหนุ่มหลายคนลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่โจรภูเขาที่อยู่ข้าง ๆ
“รนหาที่ตาย!” หลายคนถูกฟันด้วยดาบจนสิ้นใจในเวลาไม่นาน
เมื่อเห็นว่าไร้หนทางรอดอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของทุกคนก็หม่นหมองดุจเถ้าถ่าน สิ้นหวังจนหมดสิ้น
ในจังหวะนั้นเอง เสียงของฉินหมิงก็ดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู หวังเสี่ยวซีก็รีบเงยหน้ามอง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความยินดี
“ท่านแม่ คนผู้นั้นดูเหมือนพี่ฉินเลย ทำไมเขาถึงตัวใหญ่ขึ้นขนาดนั้น หรือว่าพวกเราจะรอดแล้ว?”
“รอดหรือ?”
หวังซุ่นหัวเราะขื่นขม
แม้แต่ประมุขสำนักยุทธ์ทั้งสองแห่งยังไม่ใช่คู่มือของโจรภูเขาเหล่านี้ แล้วศิษย์สายในอย่างฉินหมิงที่เพิ่งเข้าร่วมสำนักยุทธ์ได้ไม่นาน จะมีฝีมืออะไรไปช่วยพวกเขาได้?
นั่นไม่ต่างจากเดินเข้ากับดักเอง
“น้องฉิน รีบหนีไป!”
หวังซุ่นตะโกนออกมาอย่างกะทันหัน
