ฟางเวยเดินเข้าไปในตรอก มีคนมองออกว่าเขาคิดจะทำอะไร จึงรีบตะโกนเตือนว่า “อย่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน! ไอ้นี่เมาแล้วไม่กลัวตายหรอก!”
“พี่ชาย”
ฟางเวยไม่สนใจคนที่อยู่ข้างหลัง ยื่นทางลงให้เขาว่า “ฟ้ามืดแล้ว ดื่มเหล้าแล้วก็รีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ เผลอไปก่อเรื่องข้างนอกขึ้นมาจะไม่ดี”
ชายเมาหันมามองเขา ด่าด้วยลมหายใจที่มีกลิ่นเหล้าคละคลุ้ง “แกเป็นใครวะ?! เรื่องของฉันถึงตาแกมายุ่งตั้งแต่เมื่อไหร่?!”
“ไสหัวไปให้พ้น!”
พูดจบ เขาก็เหวี่ยงหมัดใส่หน้าฟางเวยทันที
แววตาฟางเวยเย็นวาบ เขาเบี่ยงตัวหลบ แล้วคว้าข้อมืออีกฝ่ายบิดลงอย่างคล่องแคล่ว
อาศัยแรงที่ชายเมาเซถลาไปข้างหน้า มืออีกข้างล็อกท้ายทอยไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง ก่อนกดหน้าของอีกฝ่ายกระแทกเข้ากับกำแพงอิฐข้างทาง
“ปัง!”
จมูกของชายเมากระแทกกำแพงอิฐ เขาครางอู้อี้ ขาทั้งสองข้างเตะสะเปะสะปะไม่หยุด
ฟางเวยกดท้ายทอยเขาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างบิดแขนของอีกฝ่ายไพล่หลัง กดแนบไว้ตรงเอว ขณะที่เข่าก็ดันหลังส่วนล่างเอาไว้จนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
“พี่ชาย คุณดื่มมากไปแล้ว”
เขาพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา “สถานีตำรวจอยู่ห่างจากตรงนี้แค่ไม่กี่ก้าว ให้ผมช่วยพาไปสักเที่ยวไหม?”
“ปล่อยฉัน! ปล่อย!”
ชายเมาดิ้นรนสุดชีวิต แต่ยิ่งดิ้น ฟางเวยก็ยิ่งเพิ่มแรงกด ข้อต่อข้อศอกดังกรอบแกรบจนเขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
