พวกชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านเซี่ยหยางที่กล้าบุกกล้าลุย ได้เงินกันคนละสี่สิบหยวน
พวกเขาถือเงินเดินมาหาฟางเวยทีละคน ชายคนสุดท้ายหน้าแดงก่ำ พูดเสียงเบาว่า “ฟางเวย... สองวันก่อนในหมู่บ้าน ฉัน—”
“พอแล้ว”
ฟางเวยยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วยิ้ม “เรื่องก่อนหน้านี้ผ่านไปแล้ว ใครกล้าบุกเข้าไปจัดการหมูป่า คนนั้นก็เป็นลูกผู้ชายทั้งนั้น!”
ชายคนนั้นเงยหน้ามองเขา ริมฝีปากสั่นอยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็แค่ขานรับอย่างหนักแน่น
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงอึกทึกจากการจัดการหมูป่าที่หมู่บ้านฉางเทียนดังเกินไปหรือเปล่า คืนนั้นหมูป่าฝั่งหมู่บ้านเซี่ยหยางกลับไม่โผล่มาอีกเลย
แต่ชาวหมู่บ้านเซี่ยหยางก็ไม่กล้าวางใจ จัดคนเฝ้าต่อเนื่องอีกสองวัน ทว่าก็ไม่เห็นหมูป่าลงเขามาอีก
ฟางเวยเองก็แอบถอนหายใจโล่งอก อดหลับอดนอนมาหลายคืนติดกัน ร่างกายของเขาเริ่มรับไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
ถ้าช่วงนี้ต้องเจอหมูป่าตัวผู้ตัวใหญ่อีก เขาก็ไม่รู้ว่าจะจัดการมันได้สำเร็จหรือเปล่า
ผู้นำหมู่บ้านหม่ารอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นหมูป่าโผล่มา จึงไม่สะดวกจะรั้งคนจากหมู่บ้านเหล่าถังกับหมู่บ้านฉางเทียนไว้ต่อ เลยเอ่ยปากให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนก่อน หากหมูป่าโผล่มาอีก เขาจะรีบแจ้งให้ทราบทันที
ฟางเวยกลับบ้านไปนอนชดเชยอย่างเต็มที่หนึ่งวัน รุ่งเช้าวันต่อมาก็ตื่นแต่เช้าตรู่ไปส่งลูกสาวสองคนเข้าโรงเรียน จากนั้นก็ตรงไปร้านสหกรณ์จำหน่ายสินค้า
ตอนนี้เลยกำหนดวันที่เขานัดกับพี่หลิวไว้ว่าจะมารับรถไปแล้วสองวัน
