ราวห้าทุ่ม
ชาวหมู่บ้านเหล่าถังกว่าสิบคนแอบย่องไปทางคันนาอย่างเงียบเชียบ
คนของกลุ่มกับดักเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว
พวกเขาขุดหลุมลึกเกือบหนึ่งเมตรไว้กลางทางแคบตรงจุดที่คันนาสองสายตัดกัน ปากหลุมกว้างยาวด้านละประมาณหนึ่งช่วงแขน ส่วนก้นหลุมเสียบไม้ไผ่เหลาแหลมไว้เต็มไปหมด
ฟางเวยย่อตัวลง ใช้นิ้วกดดินร่วนที่กลบปากหลุมเบา ๆ สัมผัสแล้วไม่นุ่มไม่แข็ง กำลังพอดี
หมูป่าจะไม่รู้ตัวทันทีตอนเหยียบลงไป แต่เมื่อน้ำหนักหลายร้อยชั่งกดทับ พื้นดินก็ต้องยุบลงไปแน่นอน
เชือกขัดขาม้าสามเส้นขึงพาดขวางทาง เชือกป่านหนาเท่านิ้วโป้งตึงเปรี๊ยะ ปลายทั้งสองข้างผูกไว้กับลำต้นไม้ข้างทาง แค่คนหนึ่งหรือสองคนไม่มีทางดึงให้ขยับได้
ฟางเวยปาดเหงื่อบนใบหน้า เงยหน้ามองต้นไม้คดงอข้าง ๆ แล้วถ่มน้ำลายใส่อุ้งมือ ก่อนจะจับลำต้นด้วยสองมือและปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
กิ่งไม้ไหวสองครั้ง ใบไม้ส่งเสียงซ่า ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทุกอย่างจะกลับมาเงียบสงบ
ฟางเฉียงปีนขึ้นต้นไป๋หยางทางขวามือ หยางเชี่ยนนั่งยอง ๆ อยู่บนกิ่งไม้ใต้ฟางเวย ส่วนต้าเฉิงนอนหมอบอยู่บนต้นสะเดาอีกฝั่ง
ไม่มีใครส่งเสียงสักคน พวกเขารอเหยื่อปรากฏตัวอย่างเงียบ ๆ เหมือนตอนจับกุ้งวันนั้น
……
แสงสีเทาจาง ๆ เส้นแรกเริ่มปรากฏขึ้นตรงขอบฟ้า
หมอกลอยปกคลุมไร่ข้าวโพดสองข้างคันนา อากาศชื้นและหนาวเย็น
