ผู้นำหมู่บ้านโจวรออยู่ตรงทางแยกที่จะไปยังตัวเมืองแล้ว
วันนี้เขาตั้งใจสวมชุดจงซานสีน้ำเงินเข้ม กระเป๋าเสื้อเสียบปากกาหมึกซึมไว้หนึ่งด้าม มือถือซองกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุหนังสือรับรองจากหมู่บ้าน
“อาโจว! รอนานแล้วครับ!”
พอฟางเวยเห็นผู้นำหมู่บ้านโจวก็รีบยื่นบุหรี่ให้ เรียกอีกฝ่ายสนิทสนมกว่าที่เคยด้วย
ผู้นำหมู่บ้านโจวรับบุหรี่มาคาบไว้ โบกมือพลางพูดว่า “ฉันก็เพิ่งมาถึง ของเอามาครบหรือยัง เอาทะเบียนบ้านมาด้วยใช่ไหม?”
“เอามาแล้วครับ เอามาแล้ว”
อู๋เส้าหลี่หยิบทะเบียนบ้านที่ห่อด้วยผ้าเก่าออกมา คลี่ให้ผู้นำหมู่บ้านโจวดูอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็หยิบกระดาษอีกแผ่นออกมาแล้วบอกว่า “นี่คือหนังสือคำร้องค่ะ”
ผู้นำหมู่บ้านโจวพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ พอดีเลย วันนี้ลุงจางก็จะเข้าเมืองเหมือนกัน ตอนนี้รออยู่ทางโน้น”
ฟางเวยนึกไม่ออกอยู่ครู่หนึ่งว่าลุงจางคือใคร กระทั่งเห็นรถเกวียนวัวถึงนึกได้ว่าควรเรียกอีกฝ่ายอย่างไร “ลุงจาง! ลุงก็จะเข้าเมืองเหมือนกันเหรอครับ?”
ลุงจางคนนี้อายุมากกว่าพ่อผู้ล่วงลับของเขาเสียอีก ทั้งยังเป็นหนึ่งในคนไม่กี่คนในหมู่บ้านที่เลี้ยงวัว
“ใช่แล้ว!”
ลุงจางสะบัดแส้ “รีบขึ้นมาเร็ว จากที่นี่ไปตัวเมืองต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเชียวนะ!”
“ได้เลยครับ! ขอบคุณนะครับ ลุงจาง!”
ฟางเวยอุ้มหญิงใหญ่กับหญิงรองขึ้นรถทีละคน แล้วเอื้อมมือไปช่วยพยุงอู๋เส้าหลี่ หลังจากผู้นำหมู่บ้านโจวขึ้นไปนั่งแล้ว เขาถึงกระโดดขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย ไปนั่งข้างภรรยากับลูกสาว
