“พอแล้ว พอแล้ว”
ผู้นำหมู่บ้านโจวตบหลังมือป้าเทียนเบา ๆ แล้วพูดว่า “ดูทางโน้นสิ หมูนี่ฟางเวยนำคนไปล่ามา”
ป้าเทียนมองฟางเวยที่ยืนอยู่ข้างซากหมูตัวผู้ด้วยดวงตาพร่ามัวเพราะน้ำตา
ฟางเวยกำลังก้มหน้ามองมีดพร้าในมือ ใบหน้า ลำคอ และเสื้อกล้ามของเขาเปื้อนเลือดหมูแห้งกรังจนกลายเป็นสีดำคล้ำ เส้นผมจับตัวเป็นกระจุกเพราะเลือดเหนียว ๆ
พอเห็นสภาพของเขา จู่ ๆ ป้าเทียนก็ไม่กล้าร้องไห้อีก
เธอจ้องมีดพร้าในมือฟางเวยที่ยังมีเลือดหยดลงมา ขยับริมฝีปากสองสามครั้ง ก่อนจะกลืนเสียงร้องไห้กลับลงไป
ไม่ใช่แค่ป้าเทียน สายตาของทุกคนในลานตากข้าวต่างละจากซากหมู แล้วหันมาจับจ้องฟางเวย
สายตาที่ชาวบ้านมองเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ฟางเวยหาเงินได้ ก็มักมีคนในหมู่บ้านพูดเหน็บแนมว่าเขาเป็นแค่คนติดพนันที่โชคดี แต่คราวนี้กลับไม่มีใครกล้าพูดแบบนั้นอีก
ฟางเวยรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่ตัว จึงเงยหน้ากวาดตามองคนเหล่านั้นรอบหนึ่ง
ทุกคนที่สบตากับเขาล้วนก้มหน้าลงเองโดยไม่มีข้อยกเว้น
ไหลโกวจื่อมองมีดพร้าในมือฟางเวย หากชายหัวล้านที่อยู่ข้างหลังไม่ยื่นมือมาพยุงไว้ เขาคงทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว
“ทุกคนฟังฉัน!”
ผู้นำหมู่บ้านโจวตะโกนสุดเสียง
เสียงอื้ออึงพูดคุยในลานตากข้าวจึงค่อย ๆ เงียบลง
“เมื่อวานหมู่บ้านเหล่าถังเจอภัยพิบัติครั้งใหญ่! ไร่ของหลายบ้านถูกหมูป่าคุ้ยจนพังราบ!”
