“……”
ฟางเวยมองฟางจื้ออย่างเหม่อลอย จนจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองไม่ได้รับบุหรี่จากมือพวกพี่ชายมานานแค่ไหน
“เชอะ!”
ฟางจื้อขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด แล้วยื่นบุหรี่ไปข้างหน้าอีกนิด “ฉันบอกให้รับก็รับไปสิ”
“……ขอบคุณครับพี่”
ฟางเวยเอ่ยขอบคุณเสียงเบา รับบุหรี่มาแล้วหยิบกล่องไม้ขีดออกจากกระเป๋า ดึงออกมาหนึ่งก้านแล้วขีดไฟดังพรึ่บ
“ในที่สุดก็รู้จักทำตัวดี ๆ เสียที”
ฟางจื้อเห็นเขายื่นไม้ขีดมาให้ก่อน จึงบ่นพึมพำ แล้วเอาปลายบุหรี่จ่อเปลวไฟ สูดควันเข้าไปลึก ๆ หนึ่งคำ
ควันบุหรี่ลอยขึ้นช้า ๆ ระหว่างพี่น้องสองคน ใบของต้นการบูรพลิ้วไหวเสียดสีกันตามแรงลม ส่งเสียงซ่า ๆ
ฟางจื้อพ่นควันสีเทาขาวออกจากจมูกสองสาย ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดปากถาม “เทียนหมาพวกนั้น นายไปเอามาจากไหน”
“ขุดมาจากภูเขาแถวหมู่บ้านเรานี่แหละครับ”
ฟางเวยไม่มีทางพูดความจริง จึงตอบอย่างคลุมเครือ ก่อนเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาเอง “ลุงรอง ผมเช่าป่าไม้เก่าผืนนั้นในหมู่บ้านแล้วครับ”
“ป่าไม้เก่า?”
ฟางจื้อขมวดคิ้ว บุหรี่คีบอยู่ระหว่างนิ้วจนลืมเคาะขี้เถ้า “ป่าไม้เก่าหลังหมู่บ้านน่ะเหรอ”
“ครับ”
“ที่ดินผืนนั้นร้างมาหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ นายเช่าไปทำไม”
“ก็ต้องเช่ามาปลูกของสิครับ”
ฟางเวยเคาะขี้เถ้าบุหรี่ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ผมเซ็นสัญญาเช่าไปแล้ว สิบห้าปี ปีละสองร้อยหยวน”
“ผมยังกู้เงินจากสหกรณ์เครดิตในอำเภอมาอีกสามร้อยห้าสิบหยวน ค่าเช่าปีนี้ก็จ่ายครบแล้ว”
