ฟางเวยลากหยางเชี่ยนไปยังบ้านผู้นำหมู่บ้านโจว
ตลอดทางหยางเชี่ยนยังสะอึกสะอื้นอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าตอนแรกที่ทำท่าราวกับจะเป็นจะตายไม่น้อย
พอมาถึงประตูรั้วบ้านผู้นำหมู่บ้านโจว ฟางเวยก็ไม่เคาะประตู เพียงผลักเปิดประตูรั้วแล้วเดินเข้าไป
ผู้นำหมู่บ้านโจวกำลังนั่งดื่มชาอยู่ในลานบ้าน เจ้าหมาสีเหลืองตัวใหญ่เห็นฟางเวยลากหยางเชี่ยนพรวดพราดเข้ามา ก็เห่า “โฮ่ง” ทีหนึ่ง ก่อนจะหมอบลงกับพื้นอีกครั้ง
“ผู้นำหมู่บ้าน บ้านหยางเชี่ยนโดนขโมยเงินไปหกสิบหยวนครับ”
ฟางเวยไม่พูดอ้อมค้อม บอกจุดประสงค์ทันทีว่า “ขอยืมจักรยานของท่านหน่อยครับ ผมจะพาเขาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในอำเภอเดี๋ยวนี้”
“เท่า...เท่าไหร่นะ? หกสิบหยวนเหรอ?!”
ผู้นำหมู่บ้านโจวเบิกตาจ้องหยางเชี่ยนอย่างตกตะลึง “นายไม่ได้พูดทุกวันในหมู่บ้านหรอกหรือว่าเงินที่ฟางเวยแบ่งให้ เอาไปให้พ่อของนายหมดแล้ว ทำไมถึงโดนขโมยได้ล่ะ?!”
หยางเชี่ยนก้มหน้า พูดเสียงเบาว่า “ผมเป็นผู้ชายทั้งคน จะไม่มีเงินติดตัวสักหน่อยได้ยังไง...”
ตอนที่พ่อของเขาเอาเงินหนึ่งร้อยหยวนที่ได้จากการขายกุ้งไป เขาจึงอาละวาดอยู่ที่บ้านจนได้เงินหกสิบหยวนที่ได้จากการขายหมูป่าคืนมา
ใครจะไปรู้ว่าเพิ่งเอาเงินกลับมาได้ไม่กี่วัน ก็มีคนจับตามองเสียแล้ว!
ฟางเวยพอเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น จึงส่ายหน้าแล้วเข็นจักรยานล้อใหญ่ที่จอดอยู่ตรงมุมลานออกมา
ปกติผู้นำหมู่บ้านโจวใช้จักรยานคันนี้ขี่ไปทำธุระในอำเภอคนเดียว ตอนนี้จึงได้แต่กำชับว่า “ขี่ให้เร็วหน่อย อย่าเสียเวลา”
