ฟางเวยแบกกระบุงเดินไปตามทางเล็ก ๆ มุ่งหน้าเข้าไปในเขา
เดินไปได้เกือบชั่วยาม เขาก็มองเห็นสิ่งสีแดงสดเป็นหย่อมเล็ก ๆ ใต้ต้นสนเก่าแก่จากระยะไกล
พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าเป็นเห็ดแดงอย่างที่ข่าวกรองรายวันบอกจริง ๆ
ดอกเห็ดมีขนาดไม่ใหญ่ ดอกที่ใหญ่ที่สุดก็กว้างแค่ฝ่ามือเด็ก หมวกเห็ดแดงวาวเป็นประกาย ขอบมีเกล็ดน้ำค้างแข็งสีขาวบาง ๆ เกาะอยู่ เห็นแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นเห็ดรุ่นแรกที่เพิ่งโผล่พ้นดิน
ฟางเวยย่อตัวลง ใช้นิ้วค่อย ๆ แคะโคนเห็ดออกจากใต้เข็มสน ทีละดอกแล้ววางลงในกระบุงไม้ไผ่
เห็ดแดงสองชั่ง ฟังดูเหมือนเยอะ แต่ของพวกนี้เบาหวิว พอตากแห้งแล้วก็ยิ่งแทบไม่มีน้ำหนัก
ฟางเวยยกกระบุงชั่งน้ำหนักดู ในใจรู้สึกจนปัญญาอยู่บ้าง
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร ของที่ข่าวกรองรายวันบอกให้ไปหา ไม่ใช่ของไร้ราคา ก็เป็นของที่มีคุณค่าทางอาหารแต่มีปริมาณน้อยจนน่าสงสาร
เห็ดแดงสองชั่งในมือเขานี้ ต่อให้เอาไปขายที่ตำบล อย่างมากก็คงแลกเงินกลับมาได้ไม่กี่บาท
ร้านอาหารเขารับซื้อของป่ากันตามน้ำหนัก ของมีแค่นี้เอาไปให้ เถ้าแก่เจ้าของร้านก็อาจไม่ยอมเสียเวลารับด้วยซ้ำ
ตอนฟางเวยแบกเห็ดแดงกลับถึงบ้าน อู๋เส้าหลี่กำลังให้อาหารไก่อยู่ในลานบ้าน
สองเดือนมานี้ที่บ้านกินดีขึ้น ในที่สุดร่างกายเธอก็มีเนื้อขึ้นมาบ้าง ตอนก้มตัว ส่วนโค้งเว้าตรงเอวก็ดูอวบอิ่มกว่าเมื่อก่อนมาก
“ทำไมกลับมาแล้วล่ะ?”
อู๋เส้าหลี่เห็นฟางเวยยืนอยู่ตรงประตู จึงถามด้วยน้ำเสียงฉงน
“วันนี้ขุดของดีมาได้อีกหน่อย”
