ฟางเวยส่งชุนหยางกับอวิ๋นเสวี่ยเข้าไปในโรงเรียน มองดูลูกสาวทั้งสองจูงมือกันเดินลับตาไปแล้ว จึงหันจักรยานกลับและปั่นไปยังถนนสายหลักของเมือง
ถนนสายหลักของเมืองไม่ได้ยาวนัก แต่มีร้านค้าเรียงชิดติดกันไปตลอดทาง
ฟางเวยจอดจักรยานไว้หน้าร้านสหกรณ์จำหน่ายสินค้า ตัดสินใจว่าจะเริ่มสำรวจจากที่นี่
พี่หลิวจากร้านสหกรณ์เห็นเขาเข้า ก็โบกมือเรียกแต่ไกล “โอ๊ย น้องฟาง! มาซื้อของอีกแล้วเหรอ”
“วันนี้ไม่ได้มาซื้อ แค่เดินเล่นดูไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”
ฟางเวยเดินเข้าไปพิงเคาน์เตอร์ คุยเล่นกับเธอสองสามคำ
พี่หลิวกำลังตัดผ้าให้คุณยายคนหนึ่งไปด้วย บ่นไปด้วยว่าช่วงนี้ผ้าพิมพ์ลายจากเมืองใหญ่ประจำจังหวัดขาดตลาด สั่งไปสามรอบก็ยังไม่มีของส่งมา
พนักงานขายที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถอนหายใจ บอกว่าปีนี้ราคาน้ำมันถั่วลิสงขึ้นห้าเฟิน หลายคนเห็นว่าแพงก็เลยไม่ซื้อกันแล้ว
ฟางเวยฟังอยู่เงียบ ๆ จดจำทุกอย่างไว้ในใจ
ออกจากร้านสหกรณ์จำหน่ายสินค้าแล้ว เขาก็ไปเดินดูร้านค้าหลายแห่งในเมืองต่อ
พอเดินมาถึงหน้าโรงแรมหยิงปินลู่ ก็เจอหวังหงจงกำลังสูบบุหรี่อยู่หน้าประตูพอดี
หวังหงจงเห็นเขาก็ยิ้มร่า “น้องฟาง วันนี้มีเวลามาเดินเล่นในเมืองด้วยเหรอ มีของดีอะไรอีกหรือเปล่า”
“ไม่มีหรอก ช่วงนี้ในเขาไม่ค่อยดี ขุดอะไรดี ๆ ไม่ได้แล้ว”
ฟางเวยยื่นบุหรี่ให้เขามวนหนึ่ง ทั้งสองยืนสูบกันอยู่หน้าประตูพักหนึ่ง
หวังหงจงพ่นควันเป็นวง แล้วพูดเสียงเบาว่า “ถ้าน้องมีของดีอย่างอื่นอยู่ในมือ ต้องเอามาส่งให้พี่ก่อนนะ!”
