นิ้วของเย่โจวหงค้างอยู่เหนือหน้าจอหนึ่งวินาที ก่อนจะกดเปิดข้อความนั้น
เสี่ยวยวี่: “อาจารย์เสิ่นให้เฉินฮ่าวตั้งกลุ่มห้องแล้ว”
เสี่ยวยวี่: “นายไม่ได้เป็นเพื่อนกับเฉินฮ่าว เขาเลยดึงนายเข้ากลุ่มไม่ได้ ให้ฉันช่วยดึงนายเข้ามา”
เย่โจวหงหัวเราะเยาะตัวเอง
เขาน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเธอจะมาชวนเขาคุยเล่นทำไม
ถ้าไม่ใช่เรื่องงานของห้อง ระหว่างพวกเขายังจะมีเรื่องอะไรให้เกี่ยวข้องกันได้อีก
เย่โจวหงจ้องรูปโปรไฟล์ปลาสีฟ้าตัวเล็กอยู่นาน พิมพ์แล้วลบข้อความในช่องแชตซ้ำไปซ้ำมา
เขาอยากตอบว่า “ได้เลย ขอบใจที่ช่วยนะ” แต่กลับรู้สึกว่าน้ำเสียงแบบนั้นสนิทสนมเกินไป ฟังดูแปลก ๆ
สุดท้าย เขาส่งไปแค่สองคำ—
“ขอบคุณ”
ส่งข้อความ
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับมาอีก
หน้าต่างแชตหยุดค้างอยู่อย่างกระอักกระอ่วน ราวกับเรื่องราวที่จบลงไปแล้ว
เย่โจวหงหัวเราะอีกครั้ง ก่อนกดลิงก์เข้าร่วมกลุ่มห้อง
ตอนนี้ในกลุ่มกำลังวุ่นวายกันสุดขีด
ยวี่: “ยวี่” เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น “ระดับ ม.ปลายหนึ่ง ห้องสี่ เจียงยวี่”
หล่อจนม่วง: “หล่อจนม่วง” เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น “ระดับ ม.ปลายหนึ่ง ห้องสี่ ทังฮ่าว”
คนทึ่มสองคนนี้เอาแต่เปลี่ยนชื่อกลุ่ม ไม่สนคำเตือนของเฉินฮ่าวเลยสักนิด
อาจารย์เสิ่น: “@ยวี่ @หล่อจนม่วง รีบเปลี่ยนชื่อกลุ่มกลับเดี๋ยวนี้!”
พออาจารย์เสิ่นออกโรง กลุ่มก็เงียบลงทันที
อาจารย์เสิ่น: “@ทุกคน ประกาศ: ตามกำหนดการของฝ่ายกิจการนักเรียน อีกสองสัปดาห์โรงเรียนจะจัด ‘เทศกาลวิทยาศาสตร์ ฉู่ไว้ ครั้งที่ยี่สิบเอ็ด’
เงื่อนไข: นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมอย่างน้อยหนึ่งกิจกรรม
ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับหน่วยกิตตามผลงาน รายการกิจกรรมและลิงก์ลงทะเบียนโพสต์ไว้ในประกาศกลุ่มแล้ว ขอให้ทุกคนกรอกให้เสร็จก่อนกลับเข้าโรงเรียนวันอาทิตย์”
อาจารย์เสิ่น: “นี่เป็นกิจกรรมใหญ่ครั้งแรกหลังเปิดเทอม ทุกคนต้องให้ความสำคัญ!”
ถัดลงมาก็มีลิงก์เอกสารออนไลน์ถูกส่งเข้ามา
ตอนนี้ในเอกสารมีเคอร์เซอร์จำนวนมากกะพริบไปมา สีสันละลานตา บ่งบอกว่าทุกคนกำลังแย่งกันจับจองที่
เขากวาดตามองรายการกิจกรรมคร่าว ๆ
การแข่งขันโมเดลคณิตศาสตร์?
ภาพใบหน้าเคร่งขรึมของอาจารย์หลี่เฟิงกับรูปเรขาคณิตที่เต็มกระดานผุดขึ้นในหัวเย่โจวหง เขาเลื่อนผ่านไปอย่างไม่ลังเล
ทำตัวอย่างสิ่งมีชีวิตทางชีววิทยา?
ต้องผ่ากบหรือไม่ก็จับแมลง...
แค่เย่โจวหงลองนึกภาพตามก็ขนลุกไปทั้งตัว
การแข่งขันความรู้นอกห้องเรียนวิชาภูมิศาสตร์ แข่งตอบคำถามความรู้วิชาเคมี...
เอ่อ... นี่มันต่างอะไรกับการสอบกันล่ะ
“วิชาฟิสิกส์: ฟิสิกส์ในชีวิตประจำวัน”
“กติกา: ใช้วัสดุใกล้ตัวทำอุปกรณ์ป้องกัน ห่อไข่ไก่ดิบหนึ่งฟองแล้วโยนลงมาจากชั้นห้าของอาคารเรียน ผู้ชนะคือผู้ที่ไข่ไม่แตกหลังอุปกรณ์ตกถึงพื้น และอุปกรณ์มีน้ำหนักเบาที่สุด”
อันนี้... ดูน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ
ไม่ต้องท่องสูตร ไม่ต้องทำโจทย์เป็นกอง ๆ อาศัยแค่ฝีมือกับจินตนาการล้วน ๆ
เขากวาดตามองใบสมัคร
ชื่อโจวจื้อยวีโดดเด่นอยู่ในช่องวิชาคณิตศาสตร์
ก็ว่าแล้ว โลกของเด็กเรียนเก่งเป็นโลกที่เขาไม่เข้าใจจริง ๆ
ส่วนชื่อสวีชิงเหยียนกลับไปโผล่อยู่ในรายการ... “ทำตัวอย่างสิ่งมีชีวิตทางชีววิทยา”?
ข้าง ๆ ยังมีชื่อหลินจิ้งเสวี่ยอยู่ด้วย ดูท่าเด็กเรียนเก่งหลินคงถูกเพื่อนสนิทลากขึ้นเรือโจรไปอย่างไม่เต็มใจเสียแล้ว
เย่โจวหงอดจินตนาการตามไม่ได้ว่า—
สวีชิงเหยียนที่มีนิสัยเหมือน “ปีศาจน้อย” ถือมีดผ่าตัดอยู่ในมือจะเป็นภาพแบบไหน...
เดี๋ยวก่อน!
แบบนั้นไม่กลายเป็นสาวยันเดเระไปแล้วเหรอ
ส่วนเจียงยวี่ หมอนั่นเลือก “แข่งตอบคำถามความรู้วิชาเคมี” โดยไม่ผิดจากที่คาดไว้เลย
เพราะขอแค่ไม่กดปุ่มตอบตลอดการแข่งขัน เขาก็สามารถนั่งสบาย ๆ ไม่ต้องทำอะไรได้อย่างเปิดเผยแล้ว
เย่โจวหงติ๊กเลือกกิจกรรมหลังชื่อของตัวเอง
“เย่โจวหง-กลุ่มฟิสิกส์”
“คลิก”
ประตูนิรภัยของบ้านถูกบิดเปิดจากด้านนอก
“หานหาน เปลี่ยนรองเท้าแล้ววางกระเป๋านักเรียนก่อน ไปล้างมือแล้วค่อยกินผลไม้”
เสียงของจางหลานแหลมขึ้น ตามด้วยเสียงเย่จือหานถีบรอเท้าจนรองเท้ากระเด็นไปคนละทาง
“โธ่ แม่ หนูอยากดูทีวีก่อน วาไรตี้ประจำสัปดาห์อัปเดตแล้ว!”
จางหลานเปลี่ยนรองเท้าแตะแล้วเดินเข้าห้องนั่งเล่น มองเห็นลูกชายที่ถือโทรศัพท์อยู่ในห้องทันที
“ทำไมเล่นโทรศัพท์อีกแล้ว กลับถึงบ้านก็เอาแต่กอดโทรศัพท์ วิญญาณโดนมันดูดไปหมดแล้วหรือไง!”
เธอวางถุงผักที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะเสียงดังตุ้บ
“แม่ ผมกำลังกรอกใบสมัครเทศกาลวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน...”
เย่โจวหงแก้ตัวเสียงเบา
“กรอกใบสมัคร ๆ มีใบสมัครอะไรให้กรอกนักหนา”
จางหลานไม่ฟังคำอธิบายเลยสักนิด
“อาทิตย์หน้าก็สอบต้นเทอมแล้วใช่ไหม ฉันขอพูดไว้ก่อนนะ ถ้าครั้งนี้แกสอบไม่ติดสิบอันดับแรกของห้อง ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็อย่าหวังว่าจะได้แตะโทรศัพท์อีก!”
ริมฝีปากเย่โจวหงขยับเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดลงไป
อธิบายก็เท่ากับเถียง เถียงไปก็มีแต่จะโดนถล่มหนักกว่าเดิม
ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ยึดมั่นในแนวคิด “เลี้ยงลูกชายให้ลำบาก เลี้ยงลูกสาวให้สบาย” มาโดยตลอด ทั้งยังตามใจเย่จือหานมาก แต่ตั้งมาตรฐานกับเขาไว้แทบจะเข้มงวดเกินไป
อดทนไว้ก่อน...
เขาบอกตัวเองแบบนั้น
อดทนอีกสามปี พยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ให้ได้ แล้วก็จะได้อยู่ห่างจากบรรยากาศชวนอึดอัดแบบนี้ขึ้นอีกหน่อย
“รู้แล้วครับ”
เขาตอบเสียงเบา พลางยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง
พอเดินออกจากห้อง เขาก็หยิบถุงบนโต๊ะแล้วมุดเข้าครัว
ตั้งแต่ประถมเขาก็รู้แล้วว่า มีแค่ตอนอยู่ในห้องอ่านหนังสือหรือไม่ก็ลงมือทำงานอะไรสักอย่าง ถึงจะปิดปากเสียงบ่นไม่รู้จบได้
ห้องครัวไม่ใหญ่ แค่หันตัวยังรู้สึกคับแคบ
เขายกมือกดสวิตช์เครื่องดูดควัน
“ครืดคราด—”
เครื่องดูดควันเสียงดังมาก แต่ในเวลานี้กลับทำให้เขารู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด
มันเหมือนกำแพงที่กั้นเสียงหัวเราะอัดกระป๋องจากรายการวาไรตี้ในห้องนั่งเล่นออกไป
เย่โจวหงหยิบวัตถุดิบออกมาอย่างคล่องแคล่ว
กุ้งตัวใหญ่ ปีกไก่ ผักคะน้าฮ่องกง
กุ้งตุ๋นซีอิ๊วต้องตัดหนวดและดึงเส้นดำออกก่อน ปีกไก่โคล่าต้องบั้งแล้วลวกน้ำ ส่วนผักคะน้าฮ่องกงก็ต้องเด็ดใบแก่ทิ้ง
พอกระทะร้อน เขาก็โยนกระเทียมกับขิงลงไปสองสามชิ้น ผัดจนส่งกลิ่นหอม
“ฉ่า—”
ควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมา บดบังทัศนวิสัย
ท่ามกลางควันน้ำมันที่ฉุนจนแสบจมูก จู่ ๆ เขาก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกหอมหมื่นลี้
นั่นคือต้นหอมหมื่นลี้ใต้ตึกเก่าในย่านที่พัก ข้างต้นไม้ยังมีชิงช้าที่สีลอกอยู่ตัวหนึ่ง
“เย่โจวหง ทำไมนายร้องไห้ล่ะ”
เด็กผู้หญิงคนนั้นในความทรงจำเคยหยิบลูกอมที่ละลายไปเกือบครึ่งเพราะอมไว้ในกระเป๋าออกมา แล้วยัดใส่มือเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เอ้า กินแล้วห้ามเศร้านะ นี่คือลูกอมเวทมนตร์!”
“แค่ก ๆ...”
ควันน้ำมันฉุนไปหน่อย
เย่โจวหงกะพริบตาถี่ ๆ พยายามกลั้นความรู้สึกแสบร้อนเอาไว้สุดกำลัง
พออาหารสามจานวางลงบนโต๊ะ เย่เจี้ยนกั๋วผู้เป็นพ่อก็กลับมาถึงบ้านพอดี
ชายวัยกลางคนผู้เงียบขรึมคนนี้มีสีหน้าเหนื่อยล้าอยู่เป็นนิจ
เขาเปลี่ยนรองเท้า ล้างมือ แล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหารโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะไถคลิปสั้นตามความเคยชิน
“กินข้าวได้แล้ว”
เย่โจวหงจัดชามกับตะเกียบให้เรียบร้อย สมาชิกทั้งสี่คนในครอบครัวนั่งล้อมโต๊ะไม้แดงทรงกลม
“ว้าว! ปีกไก่โคล่า!”
เย่จือหานตาเป็นประกาย พริบตาเดียวในชามก็มีอาหารพูนเต็ม
“ค่อย ๆ กิน ไม่มีใครแย่งหรอก”
จางหลานมองลูกสาวด้วยแววตาเอ็นดู แล้วคีบกุ้งตัวใหญ่ให้หนึ่งตัว
เย่โจวหงก้มหน้า กินข้าวสวยในชามเงียบ ๆ
...
ในที่สุดเข็มนาฬิกาก็ชี้ไปที่ห้าทุ่ม
พ่อแม่เข้านอนแล้ว เย่จือหานก็ถือโทรศัพท์กลับเข้าห้องไป
ในบ้านค่อย ๆ เงียบลง
เย่โจวหงย่องกลับเข้าห้องแล้วล็อกประตูจากด้านใน
“คลิก”
เสียงเบา ๆ ตอนล็อกประตูเป็นเสียงที่ไพเราะที่สุดที่เขาได้ยินในวันนี้
เขาลากเก้าอี้มานั่งหน้าโต๊ะหนังสือแล้วเปิดโคมไฟ
การสอบต้นเทอมครั้งนี้ เขาต้องทำคะแนนให้ดีให้ได้!
อย่างน้อยต้องติดหนึ่งร้อยห้าสิบอันดับแรกของระดับชั้นปี จะได้อยู่ห้องเรียนพิเศษต่อไป...
...
เที่ยงวันอาทิตย์ นักเรียนทยอยหิ้วกระเป๋ากลับเข้าโรงเรียน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความกังวลก่อนการสอบต้นเทอม
หน้าบอร์ดประกาศชั้นหนึ่งของอาคารเรียนมีคนเบียดเสียด ทุกคนกำลังหารายชื่อของตัวเองบนตารางจัดที่นั่ง
ฉู่ไว้เข้มงวดเรื่องการสอบมาก เพื่อป้องกันไม่ให้คนรู้จักกันทุจริต ทุกครั้งที่สอบใหญ่จะสุ่มจัดนักเรียนในระดับชั้นเดียวกันใหม่ทั้งหมด
เย่โจวหงเบียดเข้าไปในฝูงชนอย่างยากลำบาก สายตากวาดไล่ไปทีละบรรทัดท่ามกลางรายชื่อที่แน่นขนัด
สนามสอบที่สิบหก
ที่นั่งหมายเลขยี่สิบสอง: โจวจื้อยวี
ที่นั่งหมายเลขยี่สิบสาม: เย่โจวหง
