“เอ๊ะ ในห้องเหมือนจะอับ ๆ นะ ฉันเปิดหน้าต่างระบายอากาศหน่อย”
เย่โจวหงฝืนทำสีหน้าสงบนิ่ง ค่อย ๆ ปิดสมุดในมือ แล้วลุกขึ้นเดินไปทางขอบหน้าต่าง
ปากก็พูดไป มือก็ยัดสมุดเล่มใหม่ใส่กระเป๋าเป้ไปด้วย
“นายซ่อนอีกแล้ว!”
โจวจื้อยวีใช้ผ้าขนหนูแห้งซับผมยาวไปพลาง หัวเราะออกมาเสียงดังไปพลาง
“นี่... นี่เป็นเอกสารประกอบการเรียนต่างหาก!”
โจวจื้อยวีเพียงยิ้ม ไม่พูดอะไร แล้วเดินไปนั่งข้างเตียงในห้อง
“จริง ๆ แล้ว ฉันรู้แล้วละ... ความลับที่นายซ่อนไว้ในลิ้นชักน่ะ”
“อะ... อะไรนะ?”
เท้าซ้ายของเย่โจวหงสะดุดเท้าขวาตัวเอง เกือบได้แสดงฉากล้มหน้าคะมำทั้งที่ยืนอยู่กับที่อีกรอบ
“นิยายที่นายเขียนใช่ไหม?”
โจวจื้อยวีดึงผ้าขนหนูออกจากศีรษะ ยกมุมปากมองเขา
“ใช่...”
เย่โจวหงเกาท้ายทอย กว่าจะเค้นคำออกมาได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่
“ถ้าเป็นแค่บทพูดจูนิเบียวไม่กี่ประโยค นายคงไม่กลัวขนาดนั้นหรอก”
โจวจื้อยวีรวบปอยผมเปียกเหน็บไว้หลังหู
“อีกอย่าง เรื่องเปิ่น ๆ ที่นายทำตอนประถม ฉันยังรู้ไม่มากพออีกเหรอ?”
ตอนประถมปีหนึ่ง เก็บดอกไม้จากต้นไม้มากิน แถมยังอยากสกัดน้ำหวานจากมันอีก
ตอนประถมปีสาม เอากิ่งไม้มาแทนปืนเอเค แล้วยังบังคับให้เธอเรียกตัวเองว่า “ผู้บัญชาการ”
ตอนประถมปีห้า แอบเขียนนิยายกับเพื่อนร่วมโต๊ะ แล้วถูกครูที่ปรึกษาจับได้คาหนังคาเขา...
