“ในพิธีเปิดงานกีฬาภายใน โรงเรียนกำหนดให้แต่ละห้องเตรียมการแสดงตอนเดินเข้าสนามหนึ่งรายการ”
เฉินฮ่าวใช้เวลาช่วงอ่านหนังสือตอนเช้าจัดการให้ได้ข้อสรุปเรื่องการแสดงในพิธีเปิดงานกีฬาภายใน
“ขอให้ทุกคนแบ่งเป็นสี่กลุ่มใหญ่ แต่ละกลุ่มเสนอแผนมาหนึ่งแบบ ใช้เวลาคุยกันสิบนาที แล้วทั้งห้องค่อยโหวต”
สวีชิงเหยียนวางหนังสือวิชาภาษาจีนคว่ำลงบนโต๊ะ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ด้วยแววตาเป็นประกาย
“คิดออกหรือยังว่าจะเล่นอะไร”
“คิดออกแล้ว”
“อะไรล่ะ”
“แผนของฉันคือถือธงแดงเดินแถวผ่านเวทีประธาน”
“?”
“ฉันเดินอยู่ท้ายแถว เป็นเครื่องจักรไร้ความรู้สึกที่คอยโบกธงแดง”
สีหน้าของสวีชิงเหยียนเปลี่ยนจากคาดหวังเป็นเอือมระอา
ไม่น่าไปเชื่อเลยว่าหมอนี่จะคิดอะไรดี ๆ ออก
“นี่เป็นการแสดงร่วมกันครั้งสุดท้ายของห้องเรานะ! เทอมหน้าก็จะแบ่งห้องกันใหม่แล้ว นายไม่อยากถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกหรือไง”
“ถือธงแดงก็ถ่ายรูปได้นี่”
“นายไม่อยากใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ถ่ายรูปบ้างเหรอ” สวีชิงเหยียนกะพริบตา “ได้ถ่ายกับเสี่ยวยวี่ด้วยนะ”
“ทำไมต้องถ่ายกับเธอด้วย” เย่โจวหงแกล้งทำเป็นฟังไม่เข้าใจ
“ยังจะแกล้งอีกเหรอ” สวีชิงเหยียนลากเสียงยาว “งั้นก็อย่ามาแอบมองเขาตอนเรียนแล้วกัน”
“ฉันแอบมองตอนไหนกัน?!” เย่โจวหงเถียงกลับเสียงเบา
เขาก็แค่ฟังครูสอนอยู่ แล้วบังเอิญเหลือบมองไปแวบเดียวเท่านั้น
เรื่องของคนอ่านหนังสือ จะเรียกว่าแอบมองได้ยังไงกัน
“ได้ ๆ ๆ นายไม่ได้แอบมอง” สวีชิงเหยียนวกกลับเข้าเรื่องเดิม “ช่วยฉันคิดการแสดงหน่อยสิ อย่างเช่นเต้นเพลงเกิร์ลกรุ๊ปด้วยกัน หรือคอสเพลย์อะไรแบบนั้น—”
“ถ้าไปเต้นเพลงเกิร์ลกรุ๊ปหรือคอสเพลย์ต่อหน้าผู้บริหาร เชื่อไหมว่าทั้งห้องจะโดนประกาศตำหนิยกห้องตั้งแต่คืนนี้เลย”
“งั้นใส่ชุดฮั่น! ชุดฮั่นได้ใช่ไหมล่ะ เผยแพร่วัฒนธรรมดั้งเดิม! ใครจะกล้าวิจารณ์!”
“ถ้าเธอมีความสุขก็เอาเลย”
สวีชิงเหยียนพองแก้ม แล้ววิ่งไปคุยเรื่องนี้กับหลินจิ้งเสวี่ยที่อยู่ข้างหน้า
สิบนาทีผ่านไปในพริบตา
เฉินฮ่าวถือชอล์กเขียนคำว่า “สรุปแผน” ลงทางขวาของกระดานดำ
“กลุ่มหนึ่ง”
ซุนเฮ่าหรันตบโต๊ะแล้วลุกพรวดขึ้นยืน พูดเสียงดังฟังชัดว่า “พวกเราใส่ชุดทหาร ถือปืน แล้วเดินก้าวย่างสูงพร้อมกัน!”
