ทั้งสามคนนั่งแยกกันอยู่บนโซฟา บรรยากาศเงียบจนน่าอึดอัด
เสียงลมเย็นจากช่องแอร์ดังฟู่ ๆ แต่ผ่านไปตั้งนานก็ยังไม่มีใครพูดอะไร
“คุณหนีออกจากบ้านมาเหรอ? พ่อผมบอกแค่ว่าคุณทะเลาะกับที่บ้าน” ซ่งชวนหันไปมองโจวจื้อยวี ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ลุงกับป้า...รู้ไหมว่าคุณปลอดภัยดี?”
ที่แท้ซ่งชวนก็ไม่รู้เรื่องที่เธอหนีออกจากบ้านเลย
ก็จริง ลูกสาวหนีออกจากบ้านแบบนี้ โจวเชิงยวนจะเอาไปบอกคนอื่นได้ยังไง
ยิ่งอีกฝ่ายเป็นคู่ค้าทางธุรกิจอย่างตระกูลซ่งด้วยแล้ว คุณพ่อโจวคงพูดแค่คร่าว ๆ ว่า “ช่วงนี้ลูกอารมณ์ไม่ค่อยดีน่ะ”
เย่โจวหงนั่งฟังเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ และพยักหน้าเห็นด้วยเป็นครั้งคราว
“อืม ฉันส่งข้อความไปบอกพวกเขาแล้ว”
“ฉันก็บอกไปแล้วว่า ถ้าพวกเขายอมยกเลิกขั้นตอนสมัครเข้าโรงเรียนไบรตัน ฉันจะกลับไปคุยด้วย”
โจวจื้อยวีวางหมวกแก๊ปไว้บนตัก ขอบหมวกถูกเธอบีบจนเป็นรอยยับจาง ๆ
“แล้วลุงกับป้าตอบว่ายังไง?”
“พ่อฉันขอโทษแล้ว” เธอก้มมองลวดลายบนพรม “แต่เขาก็ยังคิดว่าการส่งฉันไปอังกฤษเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด”
“เรื่องนี้...ผมก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”
ซ่งชวนเอนหลังพิงโซฟา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง
โจวจื้อยวีประหลาดใจเล็กน้อย เงยหน้ามองเขา
“ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าคุณแค่กังวลว่าจะปรับตัวไม่ได้ถ้าไปอังกฤษ” ซ่งชวนพูดอย่างตรงไปตรงมา “ผมก็เลยรวบรวมข้อมูลโรงเรียนให้ แล้วก็เคยบอกลุงโจวว่าผมดูแลคุณได้”
“สรุปแล้ว...ขอโทษนะ ผมควรถามคุณก่อนว่าอยากไปหรือเปล่า”
“เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความผิดของคุณทั้งหมดหรอก” โจวจื้อยวีส่ายหน้าเบา ๆ
“พี่ซ่งชวนกับลุงซ่งตั้งใจช่วยฉัน พ่อแม่ฉันก็ปูทางไว้ให้หมดแล้ว ขอแค่ฉันเดินต่อไป ก็จะได้ในสิ่งที่คนมากมายอยากได้”
