เช้าวันอังคารยาวนานเป็นพิเศษ
เย่โจวหงขยับปรับท่านั่งไปมาบนเก้าอี้ เดี๋ยวก็วางมือพาดขอบโต๊ะ อีกเดี๋ยวก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าชุดนักเรียน
ในหัวมีแต่เรื่องคาบพละคาบถัดไป
ทำไมถึงรู้สึกทรมานอย่างคุ้นเคยแบบนี้นะ?
เหมือนตอนบทที่ 25 เลย นั่งก็ไม่ติด ลุกก็ไม่ขึ้น...
เย่โจวหงมาถึงโรงยิมแบดมินตัน
เขาหยิบไม้แบดมินตันที่ถนัดมือขึ้นมาจากกล่องอุปกรณ์ แล้วหมุนเล่นในมือสองรอบ
กลิ่นดอกลิลลี่แห่งหุบเขาลอยมาแตะจมูก
กลิ่นจางมาก แทบจะถูกกลิ่นพื้นยางในโรงยิมกลบไปหมด แต่เขาก็จับกลิ่นนั้นได้ทันที
เย่โจวหงยืดตัวแข็งทื่อ ก่อนจะค่อย ๆ หมุนกลับไปทีละนิดเหมือนหุ่นยนต์ขึ้นสนิม
โจวจื้อยวียืนอยู่ห่างออกไปสองก้าว วันนี้เธอมัดผมหางม้าสูงระดับกลาง แขนเสื้อชุดนักเรียนฤดูใบไม้ร่วงพับขึ้นถึงข้อศอก ข้อมือมียางรัดผมสีดำผูกอยู่เส้นหนึ่ง
เธอไม่ได้ยิ้ม แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ เพียงมองเขาอย่างสงบนิ่ง
“เมื่อเช้า ทำไมนายไม่มาวิ่ง?”
เย่โจวหงอ้าปากค้าง
ที่จริงเขาซ้อมรับมือกับสถานการณ์ไว้หลายแบบ
อย่างเช่น โจวจื้อยวีไม่สนใจเขาอีกต่อไป ทำเหมือนเขาเป็นอากาศ
หรือโจวจื้อยวีรังเกียจเขาเพราะข่าวลือ แล้วจงใจรักษาระยะห่าง
เขาคิดทบทวนความเป็นไปได้ทุกอย่างในหัว แม้แต่คำตอบก็เตรียมไว้หมดแล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่าประโยคแรกที่เธอพูดจะถามเรื่องนี้
ราวกับว่าเสิ่นกัวผิงไม่เคยไปหาเธอ ราวกับว่าสิบห้านาทีนั้นเป็นแค่ฝันร้ายของเขาคนเดียว
“ฉัน...” เย่โจวหงหลบสายตาไปด้านข้าง “ช่วงนี้การบ้านค่อนข้างเยอะ ก็เลยไม่ได้ไป”
