รถเมล์โคลงเคลงแล่นผ่านไปห้าป้ายแล้ว เย่โจวหงยังคงเหม่อมองช่องแชตไวแชต
เขาลบแล้วเขียน เขียนแล้วลบอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เดิมทีเป็นแค่คำชวนง่าย ๆ ประโยคเดียว แต่เขากลับเขียนเสียยืดยาวจนกลายเป็น “เรื่องที่ว่าด้วยวิธีที่มือกีตาร์ผู้เป็นประธานชมรมคนใหม่จะหาสมาชิกใหม่มาช่วยกู้ชมรมดนตรีเบาให้พ้นวิกฤตยุบชมรม หลังรุ่นพี่มัธยมปลายลาออกจากชมรม”
ข้อความยาวเหยียดนี้เขียนเป็นทางการเกินไป จนตัวเขาเองอ่านแล้วยังรู้สึกเหนื่อย
ยากจริง ๆ!
เขาทั้งกลัวว่าโจวจื้อยวีเพิ่งทะเลาะกับที่บ้านมา เลยไม่สะดวกออกไปข้างนอก และกลัวว่าความคิดที่ตัวเองเป็นฝ่ายชวนจะชัดเจนเกินไป
แต่เรื่องแบบนี้กลับปรึกษาเพื่อนไม่ได้เสียด้วยสิ
ถ้าไปถามเจียงยวี่ อีกฝ่ายคงบอกให้เขาบุกเข้าไปตรง ๆ
ถ้าไปถามสวีชิงเหยียนยิ่งอันตราย ไม่แน่อีกสิบนาทีเธออาจเริ่มตั้งชื่อลูกแล้วก็ได้... (ー_ー゛)
ช่างเถอะ ยังไงก็ต้องพึ่งตัวเอง!
【วันนี้ชมรมดนตรีเบาของเรากลับมาซ้อมแล้วนะ จำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่าจะย้ายมาชมรมเรา รุ่นพี่ในชมรมฝากถามว่าเธออยากมาหรือเปล่า แต่เธอเพิ่งกลับถึงบ้าน ถ้าทางคุณลุงคุณป้าไม่สะดวกก็ไม่ต้องฝืนหรอกนะ ฉันหมายถึง...ถ้าอยากมาก็มาได้ ถ้าไม่อยากมาก็ไม่เป็นไร】
