เรือเร็วลำตัวสีขาว ด้านข้างเขียนคำว่า “โซระ (ท้องฟ้า)” ด้วยตัวอักษรสีดำ ดูแล้วเหมือนเรือยอชต์หรูหราลำหนึ่ง
เย่โจวหงท่องในใจหนึ่งรอบ แล้วแอบคิดเงียบ ๆ ว่า
“ท้องฟ้า” งั้นเรือลำนี้ก็คงชื่อ “เรือฟ้า” สินะ
ภายในห้องโดยสารกว้างมาก พนักงานช่วยจัดเก็บสัมภาระของทุกคนไว้รวมกันใกล้ประตูห้องโดยสารอย่างเอาใจใส่
เบาะหนังสีน้ำตาลมีแถวละแปดที่นั่ง สองฝั่งเป็นที่นั่งคู่ ตรงกลางเป็นที่นั่งสี่คน
“ทุกคนขึ้นเรือแล้วหาที่นั่งกันตามสบาย พอลงเรือแล้วให้มารวมตัวกันที่ทางออก อย่าเดินไปไหนมั่วซั่วล่ะ”
ทันทีที่อาจารย์หลินเหย่พูดจบ นักเรียนก็แยกย้ายกันไปหาที่นั่งของตัวเอง
นอกหน้าต่างฝั่งซ้ายมองเห็นประภาคารสีแดงตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลสีครามได้พอดี สะดุดตาเป็นอย่างมาก
ไม่ต้องมีใครเอ่ยปาก เย่โจวหงกับโจวจื้อยวีก็เดินไปยังที่นั่งคู่ริมหน้าต่างฝั่งซ้ายอย่างรู้ใจกัน
ก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เดินทางไปต่างประเทศ
หลังนั่งลง เย่โจวหงยังคงอยู่ในสภาพตื่นเต้นสุดขีด
เขาหยิบไอโฟน 6s เครื่องเก่าที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนออกมา แล้วรัวถ่ายภาพทะเล ท่าเรือ และประภาคาร ก่อนจะส่งลงกลุ่มหอกับกลุ่มครอบครัวเพื่อบอกว่าถึงที่หมายแล้ว
แต่พอส่งข้อความไปได้ไม่นาน แชตส่วนตัวจากเจียงยวี่ก็เด้งขึ้นมาด้านบนหน้าจอทันที
ยวี่: 【ถึงหรือยัง ถึงหรือยัง?】
ยวี่: 【เจอสาวซากุระน่ารัก ๆ หรือยัง?】
ยวี่: 【อย่าลืมขอไลน์ด้วยนะเพื่อน!】
ซงเย่: 【……】
เย่โจวหงเหลือบมองข้าง ๆ ตามสัญชาตญาณ พอดีโจวจื้อยวีกำลังก้มหน้าจัดกระเป๋า จึงไม่ทันสังเกตเห็นเขา
เขาแอบหันหน้าจอโทรศัพท์เข้าหาตัวเองอีกนิด เพิ่งจะเตรียมพิมพ์ด่าไอ้ลูกอกตัญญูคนนั้น—
“สาวซากุระ…คืออะไรเหรอ?”
เสียงคุ้นหูทำเอาเย่โจวหงตกใจจนเกือบขว้างโทรศัพท์ออกไปข้างหน้า
