รถเบนซ์สีดำจอดตรงหน้าซูมู่ชิว ซุนจื่ออี๋ลงจากรถแล้วกอดซูมู่ชิว ก่อนจะปรายตามองเซียวจ้านอย่างสงสัยและถามเสียงขมวดคิ้วว่า “มู่ชิว เขาคือสามีที่เพิ่งหมั้นกับเธอเหรอ?”
“อืม”
ซูมู่ชิวพยักหน้า
ซุนจื่ออี๋กวาดตามองเซียวจ้านอยู่สองสามครั้ง แววรังเกียจและดูแคลนยากจะปิดบัง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าซูมู่ชิว เธอก็ฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “รูปร่างกำยำ ล่ำสัน ดูแข็งแรงดีนะ เรื่องในงานหมั้นฉันได้ยินมาหมดแล้ว เขากล้าออกหน้าแทนเธอ คอยปกป้องเธอกับเหมิงเหมิง อย่างน้อยก็เป็นผู้ชายที่กล้าหาญและมีความรับผิดชอบ...”
“ขอบคุณที่ชม”
เซียวจ้านรับคำชมอย่างไม่เกรงใจ
“เชอะ!”
ซุนจื่ออี๋กลอกตา สีหน้าดูแคลนยิ่งกว่าเดิม ในใจคิดว่า ฉันกำลังปลอบมู่ชิวอยู่ ฟังไม่ออกหรือไง เจ้าทึ่ม! เธอละสายตาจากเซียวจ้านแล้วอธิบายว่า “ตอนเช้าฉันตั้งใจจะไปร่วมงานหมั้นของเธออยู่แล้ว พอดีเส้าฮุยว่าง เลยชวนฉันไปกินข้าวด้วยกัน ก็เลยติดธุระ เธอคงไม่ถือสานะ?”
“ไม่หรอก”
ซูมู่ชิวส่ายหน้า
“ดูสิ นี่ของขวัญที่เส้าฮุยซื้อให้ฉัน สวยไหม?”
ซุนจื่ออี๋ชี้จี้คาร์เทียร์ที่ห้อยอยู่ตรงคอ แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันลองเช็กราคาทางอินเทอร์เน็ตแล้ว จี้ชิ้นนี้ตั้งแสนห้าหมื่นหยวนแน่ะ”
“แพงขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ซูมู่ชิวประหลาดใจเล็กน้อย เธอมองใกล้ ๆ สองสามครั้งก่อนชมว่า “สวยจริง ๆ เข้ากับสีผิวเธอมาก พอใส่ชุดเดรสตัวนี้แล้ว ตอนนี้เธอเหมือนนางฟ้าตัวน้อยที่ลงมาจากสวรรค์เลย”
“ตาถึงจริง ๆ สมกับเป็นเพื่อนรักของฉัน!” ซุนจื่ออี๋ยิ่งได้ใจ
ส่วนเซียวจ้านได้แต่ส่ายหน้าเงียบ ๆ
ใบหน้าของซุนจื่ออี๋ก็นับว่าดูดี แต่เทียบกับซูมู่ชิวแล้วคนละระดับ อีกทั้งยังแต่งหน้าจัดจนดูฉูดฉาด เธอสวมชุดเดรสสีแดงคอลึก เผยให้เห็นร่องอกลาง ๆ ตอนพูดกับซูมู่ชิวก็ยังจงใจบิดสะโพกไปมา ดูเซ็กซี่ปนยั่วยวน
นางฟ้าตัวน้อยงั้นหรือ?
